work

Yoshito Usuii [Tribute] 15 + a book New Release

posted on 15 Oct 2009 02:20 by bickboon  in extoon, work

เครดิต: การ์ตูนไข่กวน โดย อ.โยชิโตะ อุซุย

ยังอุตส่าห์มีไข่กวนสิ่งแวดล้อมแบบว่า ปนๆ มานี้ดนึงนะครับ (^^")
ตอนนี้เคยโพสต์แล้วเหมือนกัน นานแล้วล่ะ
พอดีวันนี้เขา Blog Action Day
บล็อกเกอร์ทั่วโลกนัดกันเขียนเรื่อง Climate Change
ผมก็หาไข่กวนมาเกี่ยวๆ กับเขาหน่อยนึงโนะ
.
.
.




วันนี้ขอพ่วงการแนะนำหนังสือใหม่ของอะบุ๊กและ KnockKnock!Book
4 เล่มร้อนๆ ในงาน Book Expo 2009 นะครับ



ดาวหางเหนือทางรถไฟ (ทรงกลด บางยี่ขัน)
ประสบการณ์เดินทางของก้องทริปนี้ถูกบ่มไว้ราวสองปีกว่าครับ
กับรถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลก และโรแมนติกที่สุด แนวถนัดทรงกลดเลย
จีน-มองโกเลีย-รัสเซีย ก้องต้องเปลี่ยนเวลาบนรถไฟถึง 4 ครั้ง ยาวไม่ยาวคิดดู
(448 หน้า /
หน้าสี 96 หน้า)







หัดเยอรมัน: Munich Travel Book (ใบพัด)
นี่คือการเดินทางครั้งสุดท้ายของเด็กติ๋ม
จาก 'เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน' สู่ 'ฟินแลนด์ไม่มีแขน'
มาถึง 'หัดเยอรมัน' เล่มนี้ เด็กติ๋มกลายเป็นเด็กวัดในวัดไทยมิวนิก
การเดินทางเพื่อค้นหาตัวเองสมบูรณ์จบครบไตรภาค!

(320 หน้า / หน้าสี 64 หน้า)








คำวิเศษ: Say The Magic Words (ภูมิชาย บุญสินสุข)
จาก 'ศัพท์หมู' ที่ว่าด้วยเรื่องศัพท์ง่าย แต่ใช้ได้จริง แตกยอดเป็น 300+ สำนวน
มาถึง 'เจ็บนิดเดียว เดี๋ยวก็เช้า' ว่าด้วยเรื่องประสบการณ์ และการเข้าใจภาษา
ส่วน 'คำวิเศษ' นี่เรียกว่าแจกคำและสำนวนเอาไว้พูดกันเลยให้เคยปาก!
อ่านกันเพลินๆ ไม่มีท่อง ไม่ต้องเครียด เพราะบิ๊กบุญยังคงยืนยันว่า
ภาษาอังกฤษ เอาไว้ใช้ ไม่ได้เอาไว้สอบ!

(304 หน้า)







วาดเล่น (ป่าน นิตตา)
ใครเคยอ่านผลงานจากซีรี่ส์ กุ๊กกิ๊กไกด์ ของตุ๊กตา-พนิดา
คงคุ้นเคยกับลายเส้นอันแสนจะน่ารักของ ป่าน นิตตา มาแล้ว
มาคราวนี้เธอจะชวนเรามาขยับดินสอยุกยิกวาดเล่นเป็นเส้นการ์ตูน
แล้วจะได้เห็นว่ามันทั้งง่ายและสนุกแค่ไหน!

(160 หน้า / สี่สี+สองสี ทั้งเล่ม)







โปรโมชั่นกันหั่นแหลกเช่นเคยนะครับ
ซื้อ ดาวหางฯ+หัดเยอรมัน+คำวิเศษ 3 เล่มในราคาเพียง 456.- (ลดจาก 650.-)
บวกเงินอีกเพียง 143.- เท่านั้น ก็จะได้ วาดเล่น ไปอ่านเล่นวาดเล่นทันที!
เหมา 4 เล่มใหม่กิ๊กจากอะบุ๊กจ่ายเพียง 599.- เท่านั้น จากราคาเต็ม 895.-!

(เซฟไปเกือบๆ 300 บาท!)

แล้วเจอกันที่บูธ i08 ในเพลนารีฮอลล์ ศูนย์ประชุมศิริกิติ์
15-25 ตุลาคมนี้นะคร้าบ :-D
(ผมจะไปยืนตะคุ่มๆ แถวข้างบูธ ตอนเย็นๆ ของทุกวันนะครับ)


โ้อ้ว เกือบลืม
ปล. อย่างยิ่ง:
กรุณาติดตามข่าวสารโดย follow twitter.com/bickboon นะครับ
เนื่องจากผมจะรายงานสดจากบูธให้ได้ทราบกันว่า
หนังสือใหม่มารึยัง?
เล่มไหนหมดมั่ง?
เล่มไหนหมดแล้วเพิ่งมาเพิ่มมั่ง?
ขณะนี้นักเขียนคนไหนมารอแจกลายเซ็นมั่ง?
การจราจรรอบๆ บูธติดขัดหรือคล่องตัว? ไรงี้
นับว่ามีประโยชน์มาก (อาจมีการทวิตฝากซื้อไส้กรอกเซเว่นมั่งอะไรมั่ง -..-)
และจะพยายามอัพเดตทาง twitter.com/abookpublishing ด้วยครับ
.
.
.

Yoshito Usuii [Tribute] 14 + New Books from a book

posted on 14 Oct 2009 03:33 by bickboon  in extoon, work

เครดิต: การ์ตูนไข่กวน โดย อ.โยชิโตะ อุซุย

เวรย่อมระงับด้วยการจองเวรเหรอครับ (^^")
อึย่อมระงับด้วยการอึ เท่จัง
(อืม แต่ได้ข่าวว่า อึนกกะอึคนมันคนละสเกลอย่างแรงนะครับ)
.
.
.


วันนี้ขอแบ่งพื้นที่การทริบิวต์อาจารย์โยชิโตะมาขายของนะครับ แหะๆ หุๆ หึๆ โหะๆ
อ่า เหล่านี้คือหนังสือใหม่นะครับ


และเหล่านี้คือหนังสือเก่าที่เราทำโปรโมชั่นอย่างรุนแรงกับซีเอ็ดครับ



เจอกันวันที่ 15-25 นะคร้าบ
นักเขียนจะผลัดกันไปทักทายคุณผู้อ่านที่บูธล่ะครับ
ใครจะไปวันไหนเมื่อไหร่ยังไง ติดตามทางทวิตเตอร์ของอะบุ๊กนะครับ
twitter.com/bickboon แหะๆ



The Missing Piece Meets บิ๊กบุญ

posted on 17 Aug 2009 11:54 by bickboon  in work
วันนี้ขอใช้พื้นที่ exteen ในการประกาศหาเพื่อนร่วมงานอีกสักครั้งนะครับ



สนใจร่วมงานกับสำนักพิมพ์อะบุ๊กไหมครับ?

ผมเป็นคนที่ชอบลักษณะอย่างหนึ่งในผู้คนมากๆ นั่นคือ
จะชอบคนที่มีคุณสมบัติของทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ผสมอยู่ด้วยกันในร่างเดียว
ผมว่ามันเท่ดีครับ และเป็นสิ่งที่ผมทำไม่ได้ ฮ่าฮ่า
เนื่องจากผมเป็นมนุษย์สายศิลป์ล้วนๆ
ไม่มีอะไรที่เป็นวิทย์ๆ ปนอยู่เลยแหละ (โง่เลข เป็นอาทิ)
และนั่นก็เป็นที่มาของการสรรหา ‘Missing Piece’
มาช่วยเติมเต็มให้ ‘Big O’ ที่ชื่อ ‘อะบุ๊ก’ (บิ๊กโอนะครับไม่ใช่บิ๊กบุญ :-P)
เพื่อความแข็งแรงรอบด้าน และรสชาติที่ ‘กลม’ กล่อมยิ่งขึ้นครับ



สำนักพิมพ์อะบุ๊กต้องการ ‘นักการตลาด’!

ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่การตลาดและพัฒนาธุรกิจ

ประเภท: พนักงานประจำ (Full Time)

อัตรา: 1 รายเท่านั้น (ที่ทั้งเก่งและโชคดี)

อายุ: 25-35 ปี (ให้เป็นเกณฑ์ไว้หลวมๆ ครับ)

เพศ: ได้หมด แต่จะว่าไปก็อยากได้ผู้ชายเหมือนกันนะครับ
เพราะอะบุ๊กผู้หญิงเยอะมาก เห็นสาวๆ ตัวบางๆ ยกหนังสือกันตัวแอ่นก็แอบสงสาร
จะได้เอามาเป็นเพื่อนกันกับกอล์ฟด้วยครับ ฮ่าฮ่า
แต่ที่สุดแล้วเราดูปัจจัยเรื่อง ‘เพศ’ เป็นประการสุดท้ายเลยครับ
คุณสมบัติและนิสัยมาก่อนครับ
ส่วนเรื่องรสนิยมทางเพศ เอ่อ จะยังไงก็ไม่ว่ากันครับ
เนื่องจากไม่ได้ใช้ในการทำงานครับ (-..-)

เงินเดือน: คุณต้องเป็นฝ่ายเรียกมาครับ ใครไม่เรียกมา ไม่พิจารณาใบสมัครครับ :-D
อย่ามาทำเป็น “แล้วแต่ทางบริษัทจะเห็นสมควร ฯลฯ บลาๆ” อย่า อย่า อย่ามา

ต้องมีประสบการณ์ไหม: ต้องมีครับ ต้องทำงานมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี
และเรามองหาคนที่มีประสบการณ์ด้านการตลาดโดยตรง
เป็นตัวจริง และตั้งใจเอาดีกับงานนี้ ต้องรักงานนี้จริงๆ ครับ

แต่!: ก็ต้องเข้าอกเข้าใจธรรมชาติของการทำหนังสือด้วยเนะ
ถ้าจะให้ขอกันแบบเรื่องมากๆ ก็คือ ผมล่ะอยากได้
‘นักการตลาดที่ชอบอ่านหนังสือ’ จังเลยครับ :-D (หายากเกินไปไหมเนี่ย)

ใครที่น่าจะเหมาะ: คนที่ทำสาย Marketing, สายสื่อสารการตลาด,
ทำเกี่ยวกับ Brand, คนที่มองเห็นตัวเลขเยอะๆ แล้วยิ้มร่าเข้าไปหา,
คนที่เข้าใจเรื่องการทำธุรกิจ (ยิ่งถ้าเคยผ่านงานธุรกิจสิ่งพิมพ์ล่ะสุดยอด!),
คนที่มีธรรมชาตินิสัยของ Sales อยู่ด้วยจะยิ่งช่วยให้ทำงานดีขึ้น

ใครที่ไม่น่าจะเหมาะ: คนที่อยากทำงานกองบรรณาธิการอาจเข้าใจผิดว่า
ทำงานสำนักพิมพ์แล้วจะได้ทำหนังสือ ตำแหน่งนี้ไม่ได้ทำหนังสือนะครับ
แต่เป็นลักษณะ ‘จัดการ’ กับสินค้าที่เป็นหนังสือมากกว่าครับ

อะบุ๊กจะเอาคุณมาทำอะไร?: พูดง่ายที่สุดก็คือ
กองบรรณาธิการผลิตหนังสือออกมา แล้วคุณมีหน้าที่ทำยังไงก็ได้
ให้หนังสือถูกขายไปสู่คนอ่านอย่างตรงกลุ่มได้มากที่สุด
เกิดความคุ้มค่าสูงสุดทั้งในส่วนของสำนักพิมพ์และคนอ่านของเราน่ะครับ
รายละเอียดอย่างเป็นรูปธรรม จะคุยให้ฟังตอนสัมภาษณ์ครับ)

หมดเขตรับสมัคร: เรื่อยๆ เลยครับ ตำแหน่งนี้ผมรู้ว่าหายาก
ดังนั้น ก็จะหาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้คนที่ 'ใช่เลย!' นั่นแหละ



นี่เป็นตำแหน่งที่อะบุ๊กไม่เคยมีมาก่อน แล้วเท่าที่ผ่านมานี่ยังไงเหรอ?
คือ ผมควบมันอยู่น่ะครับ พยายามทำไปเท่าที่ไหว
โดยได้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาจากเพื่อนๆ พี่ๆ
เช่น พี่โหน่ง พี่ปิงปอง พี่ป๊อบ เจ้านายทั้งสาม แต่พองานด้านผลิตหนักขึ้น ก็เริ่มล้นมือ
จึงอยากได้คนมาช่วยดูแลเรื่องนี้โดยตรง
ซึ่งผมคาดหวังว่าต้องทำได้ดีกว่าผมเยอะ (แหงอยู่แล้วครับ ฮ่าๆๆ)

ดังนั้น ใครที่คิดว่าตัวเองเข้าเค้า หรือมีคนรู้จักที่คิดว่าเข้าข่าย
อยากจะมาทำงานอย่างเข้าขากับอะบุ๊กล่ะก็สมัครเข้ามาเลยนะครับ
ทาง abook9 แอท จีเมล ดอท คอม ครับ (ติดกันหมด ไม่มีเว้นวรรค)



สิ่งที่ควรจะส่งมาด้วยคือ:
1)    อีเมลแนะนำตัวครับว่า คุณเป็นใคร ทำอะไรมาบ้าง (และอื่นๆ ที่อยากเล่า ใส่มาได้เลยครับ)
2)    รูปถ่ายหน้าตรง ชัดเจน ไม่ต้องทางการมากก็ได้ แต่ก็ไม่ต้องแอ๊บแบ๊วหรือโชว์เสื่อมมานะครับ ยังไม่ซี้กันมากพอ จะหมั่นไส้กันซะก่อน แหะๆ อ่อ แต่ผมชอบรูปยิ้มมากกว่ารูปแนวติดบัตรนะ ส่งรูปมายิ้มให้กันก็ดีนะครับ :-)
3)    เรซูเม่จะแนบหรือไม่แนบก็ได้นะครับ ยังไม่สำคัญที่สุด ไว้เรียกสัมภาษณ์ค่อยติดมาก็ได้ครับ แต่ถ้าจะแนบ ไม่ต้องส่งเรซูเม่ภาษาอังกฤษมานะครับ เอาภาษาไทยดีกว่า (ยกเว้นไม่มีภาษาไทยจริงๆ ก็โอเคครับ :-)
4)    ระบุเงินเดือนที่คุณอยากได้มาครับ เอาเป็น XX,000-XX,000 ยังงี้ก็ได้ครับ
5)    วันที่พร้อมเริ่มงานครับ ระบุมาด้วยคร้าบ

แล้วเราจะติดต่อกลับไป ในกรณีที่ต้องการเรียกสัมภาษณ์นะครับ
ขอบคุณทุกท่านมากครับ หวังว่าจะได้ร่วมงานกันนะ :-)



ฝากอีกนิดสำหรับคนที่ต้องการรับข่าวสารจากอะบุ๊กทาง twitter
ฟอลโลว์กันได้โลด ที่ twitter.com/abookpublishing นะคร้าบ




7+2 New Releases: a book Fair 2009

posted on 24 Jul 2009 05:10 by bickboon  in work

อะบุ๊กแฟร์ครั้งนี้เป็นปีที่สามแล้วครับ ปีแรกจัดหลังจากผมเพิ่งเขามาทำงานที่อะบุ๊กเพียงเดือนเดียว โดยเราจัดที่ Playground! ทองหล่อ (ปัจจุบัน เพลย์กราวนด์! ไม่มีแล้ว น่าเสียดายมาก) งานนั้นเปิดตัวหนังสือ 2 เล่มใหม่เอี่ยม นั่นคือ ‘Bakery & I’ ของพี่สุกี้ และ ‘รูปรูปคำคำ’ ของพี่ต้อง บัวไร กับ แป้ง ภัทรีดา ประสานทองครับ ผู้คนคึกคักมากมายเกินคาด แคชเชียร์ยังทำงานด้วยการกดบวกด้วยเครื่องคิดเลขอยู่เลยครับ แถวงี้ยาวเหยียด หลังจากงานนั้นเราตัดสินใจซื้อเครื่องยิงบาร์โค้ดกันเลยทีเดียว

มาปีที่สอง คราวนี้จัดกันใหญ่โตมาก เนื่องจากพ่วงกับอะเดย์ จัดงาน ‘คิดดีเฟสติวัล’ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ครับ จัด Central World ลานเอเทรี่ยม 1 และ 2 กิจกรรมเวทีเต็มรูปแบบ ในงานนี้เราออกหนังสืออีก 2 เล่มใหม่ๆ ร้อนๆ นั่นคือ ‘หน่อไม้’ ของสามนักเขียนเบสต์เซลเลอร์ ทรงกลด ทรงศีล และ นิ้วกลม อีกเล่มคือ ‘ฟินแลนด์ไม่มีแขน’ โดย ใบพัด นักเขียนขายดีลีลาไม่เหมือนใครอีกคนหนึ่งของเราครับ

มาถึงปีนี้ ปีที่สาม...
สำนักพิมพ์อะบุ๊กวันนี้มีต้นฉบับเข้ามาให้พิจารณามากกว่าเดิมหลายเท่าตัว และของดีๆ ก็มีอยู่ในมือจนแทบถือไว้ไม่ไหวแล้วครับ มันเยอะไปหมด คนทำหนังสืออย่างเราๆ ก็โลภ ฮ่าฮ่า เนื่องจากนู่นก็น่าทำ นี่ก็น่าทำ อยากทำไปโม้ด ดังนั้น ปีนี้เราจึงมีหนังสือออกมากถึง 7 เล่ม และถ้ารวม Knock Knock! Book สำนักพิมพ์น้องสาวของเราเข้าไปด้วยอีก 2 ก็จะมีหนังสือใหม่ออกมาทั้งหมดมากถึง 9 เล่ม!

วันนี้ผมจะมาแนะนำหนังสือใหม่ให้รู้จักทีละปกครับ





abc ‘ตำรา’ (รวมงาน 15 นักเขียน)
นี่คือ abc (a book combo) ลำดับที่ 4 แล้วครับ นับจากฉบับ ‘Happy Ending’ (1), ‘chAnge’ (2) และ ‘ปิ่นโต’ (3) ฉบับนี้ผมจำได้เลยว่าถือกำเนิดขึ้นที่แมคโดนัลด์สาขาโซโก้ ผมและเพื่อนคนหนึ่งชื่อ ช. (ชื่อจริง ท.ป.ก. ชื่อในวงการ ม.ต.ช. เป็นเว็บมาสเตอร์ของ อ.ท. บล็อกเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงร้อก) กำลังนั่งกินอาหารขยะพลางคุยงานกันอย่างเพลิดเพลิน ผมคิดไปถึง ‘โรงเรียน’ คุณ ช. เสนอคีย์เวิร์ดสำคัญออกมาว่า ‘วิชา!’ แล้วจากนั้น ฉบับ ‘ตำรา’ จึงงอกงามตามคอนเซ็ปต์ออกมาว่า ให้นักเขียนแต่ละคนเขียนตำราในวิชาที่ตัวเองถนัด

ผมเชื่อจริงๆ นะว่า ทุกคนมีวิชาดีเป็นของตัวเองทั้งนั้นแหละครับ มันคือสิ่งที่ตัวเองถนัดเป็นพิเศษ มันคือประสบการณ์ที่เราผ่านมันมา และมันสอนอะไรเราบางอย่าง และทำให้เราเติบโต

เอบีซี ฉบับ ตำรา รวบรวม 15 วิชา จาก 15 นักเขียน คนดีมีวิชา มาถ่ายทอดกันแบบอ่านสนุก ก้อง ทรงกลด และ พี่โหน่ง วงศ์ทนง รับหน้าที่เปิดและปิดเล่ม ด้วยสุนทรพจน์ในวันปฐมนิเทศกับปัจฉิมนิเทศ (ตามลำดับ) ที่ทั้งสองเคยถูกเชิญไปกล่าวไว้ในงานของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ตามลำดับ)

นิ้วกลม สอนวิชา ‘ชิน’, ดีเจนภาพร สอนวิชา ‘หาเรื่อง’, ทรงศีล สอนวิชา ‘โบฮีเมี่ยน’, ต้องการ สอนวิชา ‘นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า’, ใบพัด สอนวิชา ‘เลี้ยงเงิน’, วิชัย สอนวิชา ‘สันฝายเทอราพี’, บองเต่า สอนวิชา ‘พลิ้วไหวไกลออฟฟิศ’, ปลาอ้วน สอนวิชา 'ฟังเพลง', ฐิตวินน์ สอนวิชา 'ภาษาข่าววันละคำสองคำ', นวพล สอนวิชา 'Anger Management', ศรา'ดีดี้ สอนวิชา 'ตัวบาวล์', สืบสกุล สอนวิชา 'Free Form' และ ภูมิชาย สอนวิชา 'Death in a Family'





abc: comic ‘Strips’ (รวมงาน 30 นักวาด)
ส่วนนี่ เป็น abc: comic ลำดับที่ 5 ครับ ถัดจาก ‘7(Seven)’ (1), ‘Super!’ (2), ‘อร่อย’ (3) และล่าสุด ‘Colors’ (4) สตริป แปลว่า การ์ตูนช่อง มันเป็นความฝันของผมมานานแล้วที่อยากทำหนังสือแนวนี้ และผมจะไม่กล้าทำเลยถ้าไม่มีนักเขียนนักวาดเก่งๆ ที่พร้อมจะส่งต้นฉบับให้อะบุ๊กมากมาย ฉบับนี้เป็นการร่วมงานกับนักวาดจำนวนมากที่สุดเลยครับ คือ 30 คน! คอนเซ็ปต์คือ อยากให้คนอ่านเห็นเสน่ห์ของการ์ตูนช่อง และแสดงศิลปะของการเล่าเรื่องในพื้นที่ที่จำกัด จึงแจกโจทย์นักวาดแต่ละคนไปว่า ให้วาดการ์ตูน 6 ช่องจบ, 5 ช่องจบ, 4 ช่องจบ, 3 ช่องจบ, 2 ช่องจบ และ 1 ช่องจบมาอย่างละเรื่อง คิดแล้วสนุกครับ แต่นักเขียนบ่นกันฮึมว่ายาก ฮ่าฮ่าฮ่า

ผมพอใจกับผลที่ออกมาค่อนข้างมากครับ ตอนนี้เลยแพลน abc: Strips ซีรี่ส์ใหม่ ที่จะเป็นหนังสือรวมการ์ตูนแก๊กล้วนๆ เต็มๆ แล้วล่ะ โดยจากนี้เป็นต้นไปตั้งใจจะออกเป็นประจำครับ (แต่ประจำทุกกี่เดือน ยังไม่แน่ใจครับ ยังไงจะคอยส่งข่าวเรื่อยๆ นะครับ)





Lost And Found (ดีเจปาล์ม-ฐิตวินน์ คำเจริญ)
ปาล์มเดินเข้ามาหาพี่โหน่งและผม โดยมีโปรเจกต์งานเขียนติดมือมาด้วย 3-4 โครงการ ปาล์มเล่าทีละอัน พี่โหน่งกับผมนั่งเอียงคอเม้มปาก (ในอาการขบคิดแบบยังไม่ค่อยแน่ใจ) เมื่อจบอันที่สาม ปาล์มยังเห็นพวกเราเอียงคอกันอยู่ จึงงัดเอาโครงการที่เขาเองออกปากว่า ไม่แน่ใจ และไม่ค่อยภูมิใจนำเสนอเท่าไหร่ออกมาให้เราฟัง ปรากฏพอฟังปุ๊บ ผมกับพี่โหน่งหายคอเอียงปั๊บเลยครับ แล้วพูดออกมาเกือบจะพร้อมกันว่า “เออ อันนี้แหละ!” ซึ่งนั่นก็คือหนังสือเล่มนี้

Working Title ของหนังสือเรื่องนี้ คือ ‘ปารากวัย’ เพราะเป็นเรื่องของดีเจปาล์มสมัยวัยรุ่นที่ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ปารากวัยมาหนึ่งปี สาเหตุที่ปาล์มไม่ค่อยมั่นใจที่จะนำเสนอหนังสือเล่มนี้ให้เราฟังตั้งแต่แรกก็เพราะว่าเรื่องมันนานมาแล้วครับ มันตั้งกะปาล์มอายุ 16 อะ แต่พี่โหน่งกับผมกลับมองคล้ายกันว่า เป็นเรื่องที่อยากให้ปาล์มเล่ามากๆ เลย เพราะน่าจะสื่อสารกับคนอ่านอะบุ๊กซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษาสุดๆ ครับ

Lost And Found เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ‘Loser’ คนหนึ่งซึ่งไม่พอใจในตัวเอง ไม่ชอบชีวิตและสิ่งแวดล้อมตัวเอง จนตัดสินใจ ‘หนี!’ การหนีที่ว่าไม่ใช่หนีปัญหา แต่เป็นการลุกขึ้นทำอะไรซักอย่างเพื่อหาสิ่งที่ดีกว่า แต่สิ่งที่เขาไปพบในปารากวัยนั้น มันน่าประหลาดใจยิ่งกว่า เพราะเขาพบ ‘ตัวตนใหม่’ ของตัวเองที่ปาล์มเองก็นึกไม่ถึง ตัวตนที่เคยคิดว่าสูญหาย (Lost) กลับมาหามันพบอีกครั้ง (Found) ในอเมริกาใต้นี่เอง! และประสบการณ์หนึ่งปีในปารากวัย ก็หล่อหลอมให้เขาเป็นปาล์มอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ที่สำคัญ ปาล์มเขียนหนังสือเล่มนี้ได้สนุกมาก! ทั้งตลก ทั้งได้ข้อคิดอันลึกซึ้ง อยากให้ได้อ่านกันครับ

ภาพประกอบโดย ขม นักวาดน้องใหม่ที่เก่งมากในสายตาผม เขาร่วมงานกับอะบุ๊กมาหลายเล่มละครับ ทั้ง abc: comic (อร่อย และ Colors) ทั้งเป็นคนทำภาพประกอบ ‘เจ็บนิดเดียว เดี๋ยวก็เช้า’ ของผมด้วย






ตะคริว ณ นิ่วใจ (วิชัย)
สำหรับชื่อนี้ไม่ต้องแนะนำกันมากมั้งครับ เนื่องจากเป็นคนดังใน Exteen อยู่แล้ว วิชัยเป็นคนบ้าครับ ผมยืนยัน ยังคงยืนยันเช่นนี้มาตั้งแต่พิมพ์ ‘สิ่งมีชีวิตในโรงแรม’ หนังสือเล่มแรกของเขา แต่วิชัยเป็นคนบ้าที่เขียนหนังสือสนุกมาก และประสบการณ์ของเขาก็มาจากคนบ้ารอบตัวเขาอีกทีนึงนั่นเอง เล่มที่แล้วเป็นคนบ้าในโรงแรม คราวนี้เราขยายวงคนบ้าให้กว้างขึ้นอีก ผมเองนั่งอ่านต้นฉบับเขาในร้านกาแฟยังหัวเราะขึกขึกขึกจนผู้คนหันมามองด้วยความเวทนา (บ้างก็หวาดกลัว) นี่ขนาดผมว่าผมมีภูมิต้านทานมุขวิชัยที่แข็งแรงมากแล้วนะ

เอาเป็นว่า ก่อนอ่านเรื่องสนุกๆ ของวิชัย จงเตรียมบริหารอวัยวะภายในของคุณไว้ให้ดีครับ เพราะแต่ละเรื่องล้วนกระตุ้นอาการปวดตับทั้งนั้น อ่านแล้วระวังตะคริวและนิ่วจะขึ้นหัวใจอย่างเฉียบพลัน!

อนึ่ง, ภาพประกอบและภาพปกโดย หมี หมีเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ของ HAMBURGER ครับ ตัวการ์ตูนและลายเส้นสามารถแสดงความเสื่อมของอีวิชัยได้เป็นอย่างดี หมีเก่ง เราชอบหมี รับรองว่าจะได้เห็นผลงานของหมีในหนังสืออะบุ๊กเรื่อยๆ ครับ หมีวาดการ์ตูนช่องมาแจมใน Strips ด้วยนะ ลองหาลายเส้นของหมีดู อ้อ หมีเป็นคนออกแบบปก 'ฟินแลนด์ไม่มีแขน' ด้วยล่ะครับ






สมุดวาดเขียน (ไตรรงค์ ประสิทธิผล)
บล็อกเกอร์ของเอ็กซ์ทีนอีกคนที่อั๊พสม่ำเสมอจนทำให้ผมดูแย่ -*- นี่ เพลาๆ มั่งก็ได้นะไอ้พวกนี้ ฮึ่... แหม ล้อเล่นครับ ผมออกจะภูมิใจที่เอ็กซ์ทีนมีบล็อกเกอร์ที่ช่างอั๊พช่างเขียนเช่นนี้ โอเค เข้าเรื่อง...

ต้นฉบับของโต้งถูกส่งมาทางไปรษณีย์ ลายมือที่จ่าหน้าซองคุ้นตาเหลือเกิน เปิดดูข้างใน โอ้ว ลายเส้นก็คุ้นเคยยิ่งนัก เพราะผมเองรู้จัก ‘หัวแจกัน’ จากมติชนฉบับวันอาทิตย์เป็นอย่างดีครับ เป็นการ์ตูนที่เหมือนง่าย แต่ใส่ความคิด ข้อคิด และอารมณ์ขันชั้นเยี่ยมไว้เต็มเปี่ยม โต้งเขียนโน้ตแนบมาด้วยว่า อยากออกผลงานรวมเล่มหัวแจกันอีกสักเล่มนึง (เขามีรวมเล่มหัวแจกันไปแล้วทีนึง โดยสำนักพิมพ์มติชน) ผมรีบนัดคุยทันทีเลยครับ

เมื่อเราได้เจอกัน ผมได้ไอเดียและข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับงานของโต้ง ว่า (1) ผมยังไม่อยากรวมเล่มหัวแจกันที่เคยตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์มาแล้วแบบง่ายๆ แค่เอามากองๆ รวมๆ กัน แล้วพิมพ์ออกมา แต่ผมอยากให้มันมีอะไรมากกว่านั้น (2) โต้งเป็นคนวาดรูปเร็ว และบ้าวาดมาก ให้โจทย์อะไรไป แว้บๆ มันส่งมาให้ดูแล้ว นักเขียนประสาอะไรเนี่ย แบบนี้ บก. ชอบเหลือเกินครับ! (3) โต้งไม่ได้วาดดีอย่างเดียว แต่ยังเขียนดีด้วย! เขามีคอลัมน์ลงในนิตยสาร ‘แก้จน’ อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีละครับ เมื่อได้ลองอ่าน ผมก็ปิ๊งทันที นำมาสู่ข้อที่ (4) ผมจะลองออกหนังสือแนวใหม่ ให้น้ำหนักของบทความและการ์ตูนพอๆ กันประมาณ 55:45 โดยจะให้ทั้งตัวหนังสือและลายเส้นช่วยกันเล่าเรื่องราว ผมอยากทำหนังสือแนวนี้มานานแล้ว แต่ยังหาคนที่จะสามารถทำอย่างนี้ได้ดีไม่ได้ซะที แต่ผมว่าโต้งสามารถ ก็เลยอยากลองครับ

และหนังสือเล่มนี้ก็เป็นผลของการทดลองของผมกับโต้งครับ เราให้ชื่อซีรีส์ใหม่นี้ว่า ‘นักวาดเขียน’ ซึ่งจะเป็นหนังสือประเภทที่เจ้าของผลงานมีความสามารถทั้งเขียนและวาด แบบโต้งนี่แหละ นักวาดเขียนที่ผมเล็งๆ เอาไว้ว่าจะชวนมาออกหนังสือทำนองนี้ยังมีอยู่อีก 2-3 คน เป็นคนแถวๆ นี้แหละครับ ฮ่าฮ่าฮ่า อีกไม่นานผมจะติดต่อไปนะครับ






Bearwish (วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์)
หนังสือเล่มนี้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะ Bearwish เกิดพร้อมนิตยสารอะเดย์นั่นเอง และคนเขียนก็คือพี่โหน่ง ผู้ก่อตั้งอะเดย์นี่แหละครับ ผมสารภาพว่าผมไม่เคยอ่านแบร์วิชฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1-4 แม้พี่โหน่งจะเคยเซ็นให้กับมือเป็นของขวัญวันเริ่มงานที่อะบุ๊กเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในอะเดย์ก็เคยอ่านบ้าง แต่ไม่ปะติดปะต่อ ดูแต่รูปหมีอะ น่ารักดี แหะๆ มาได้อ่านจริงๆ และเต็มๆ เอาตอนทำต้นฉบับพิมพ์ซ้ำครั้งที่ 5 นี่แหละครับ และมันก็กลายเป็นหนังสือโปรดตลอดกาลเล่มล่าสุดของผมไปเลย! คือเอายังงี้ดีกว่า สำหรับหลายคนที่อาจจะแค่เคยได้ยินชื่อของ โหน่ง วงศ์ทนง แต่ไม่เคยอ่านผลงาน แต่ได้ยินชื่อเสียงและการอวยชัยชื่นชมของเหล่าแฟนๆ แล้วอาจเกิดหมั่นไส้ หรือสงสัยว่า โหน่งที่ว่านี่เขียนหนังสือดีแค่ไหนเหรอ ถ้าอยากรู้จริง อย่าไปอ่านเล่มอื่นนะครับ ต้องอ่านเล่มนี้เลยครับ เชื่อผม แล้วคุณจะหายสงสัยโดยสิ้นเชิงครับ

แบร์วิชนั้นที่จริงขาดตลาดมาพักใหญ่แล้ว คือเหลือน้อยมาก หาตามร้านหนังสือแทบไม่เจอ ขนาดที่อะบุ๊กเองยังเหลือแค่เล่มเดียวเลยครับ หายากอะไรเช่นนี้ เรามีแพลนจะพิมพ์ซ้ำอยู่แล้ว แต่มีปัญหาสองเรื่อง (หนึ่ง) โรงพิมพ์ทำเพลตหายครับ เวรมากๆ ผมโกรธ -*- แต่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวทำอาร์ตเวิร์กใหม่หมดเลยก็ได้ ไม่ง้อ แต่ทีนี้ พี่วงศ์-เจ้าของเรื่อง เขาก็อยากปรับๆ เกลาๆ แต่งหน้าทาแป้งให้หมีของเขาสักหน่อย เพราะเขียนไว้นานจัด แล้วพอมาอ่านอีกทีนี่เชยอย่างยิ่ง (พี่โหน่งเขาว่านะ) ก็เลย (สอง) ไหนๆ จะทำใหม่แล้ว พี่โหน่งบอกว่าขอเขียนเพิ่มด้วยดีกว่า และผมเองก็เสนอว่า งั้นทำภาพประกอบใหม่หมดเลยซะด้วยดีไหมครับพี่

เลือกคนวาดอยู่นานมาก (เราตัดสินใจลองใช้ภาพวาดดูมั่ง จะได้ต่างจากเดิมที่เป็นรูปถ่ายไปเลย) ที่สุดมาได้พี่มะเดี่ยว นักวาดการ์ตูนที่ผมชอบมากกกกกกก แต่แกหายไปนานครับ เลิกวาดการ์ตูนไปทำงานศิลปะอย่างเดียว ตอนนี้เริ่มกลับมา และดีใจจังที่แกมาร่วมงานกับเรา






Dear Galileo: มหัศจรรย์มันต้องน้อยกว่านี้
(โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล)

ผมเริ่มโปรเจ็กต์นี้ด้วยความไม่แน่ใจเลย พูดตรงๆ เพราะหนังสือที่เกี่ยวกับหนัง ใครๆ ก็รู้ว่าอายุสั้น หนังจบ หนังสือจบ หนังออกจากโรง หนังสือก็ขายไม่ออกอีกต่อไป แต่กระนั้นก็มีปัจจัยที่เราตัดสินใจทำหลายประการ (1) นี่เป็นหนังของผู้กำกับที่เราชอบกัน นั่นคือ ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร ผู้กำกับ Seasons Change: เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย (2) นี่เป็นผลงานเขียนของ เอ๋ โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล นักเขียนที่เราชอบ และเป็นหนึ่งในเจ้าของผลงานหนังสือ ‘Seasons Change: จากร้อน สู่ฝน จนถึงหนาว’ ที่อะบุ๊กตีพิมพ์และขายดีมากกกกกก ถล่มทลายตามกระแสหนัง (3) หนังเรื่องนี้ เอ๋ โสภณา เขียนบทเต็มๆ เป็นเรื่องแรก (4) ได้ดูหนังแล้วชอบมาก (5) พูดตรงๆ เราชอบ GTH เป็นบริษัทที่มีคนเก่ง + คนดี ที่น่ารักน่าคบหา มารวมกันอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และทั้งหมดนี้คือเหตุผล 5 ข้อที่โคตรจะเกินพอในการตัดสินใจพิมพ์หนังสือเล่มนี้ครับ

ถ้าจะให้นิยาม ผมว่ามันคือเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจจากการผจญภัยถ่ายหนังในต่างแดน 3 ประเทศสวย (อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี) โดยทีมงานเพียง 16 คน ซึ่งน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องแพลนการถ่ายทำอย่างละเอียดถี่ถ้วน ต้องช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ไม่มีเกี่ยงงานเธองานฉัน เพราะทุกอย่างจำกัดหมด ทั้งจำนวนคน จำนวนงบ จำนวนวัน และยังต้องเครียดกับปัจจัย ‘ห้ามพลาด’ เพราะถ้าพลาด โอกาสจะบินกลับมาแก้นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากงบจะบานปลายสิ้นดี นอกจากห้ามพลาด ทีมงานยังห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามตายอีกด้วย!

เรื่องราวของคน 16 คน และ 60 วันใน 3 ประเทศ ถูกถ่ายทอดออกมาเป็น 16 เรื่องราว 16 มุมมอง ที่ช่วยกันดำเนินเรื่อง พาเราไปสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดชนิดคลุกวงใน ‘ภารกิจทำหนังที่เป็นไปไม่ได้’ แต่ที่สุด พวกเขาทำได้หรือไม่ พวกเราทุกคนก็รู้กันดีแล้ว :-)

หนังสือเล่มนี้พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม อัดรูปลงไปให้ดูกันเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปจำนวนมากที่เราไม่ได้เห็นจากหนัง คัดกันหลายรอบมากครับเพราะมีเป็นพัน รักพี่ (เร) เสียดายน้อง (ต่ายเต้ย) กันสุดๆ

ส่วนคำนำ ต้องขอขอบคุณพี่เก้ง จิระ มะลิกุล ที่กรุณาเขียนให้ พี่เขียนสนุกมากเลยครับ :-D






ลอนดอนกุ๊กกิ๊กไกด์ (ตุ๊กตา-พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล)
กุ๊กกิ๊กไกด์มาอีกแล้ว! เล่มนี้ทึ่งมาก ผมเขียนไว้ในคำนำว่า ผมไม่นึกเลยว่าเมืองอย่างลอนดอนก็กุ๊กกิ๊กกับเขาได้ เล่มที่ผ่านมาในซีรี่ส์-โตเกียวและเกาหลี-มันไม่มีคำถามนี้ เพราะดูอย่างสาวๆ เขาสิครับ สาวยุ่นสาวกิมจิ กุ๊กกิ๊กเห็นๆ แต่พอตัดภาพมาสาวอังกฤษ..... อือ อาจจะสวย อาจจะเซ็กซี่ แต่กุ๊กกิ๊กเนี่ยนะ ไม่ล่ะม้าง... แต่ตุ๊กตาทำได้ครับ! ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่า ลอนดอนก็มีอารมณ์และแง่มุมแบบนี้เหมือนกัน!






สาวน้อยร้อย TIPS (Knock Knock!)
ตรงกลุ่มเป้าหมายมาก! นี่คือหนังสือรวมสิ่งที่น่าสนใจสำหรับสาวน้อยทั้งหลาย เพราะรวบรวมทิปเด็ดจากนิตยสาร Knock Knock! มาไว้ด้วยกันร่วม 500 ทิป(ส์) เรียกว่า เล่มเดียวสวยเลยครับ พร้อมสรรพทั้งกายวาจาใจ จะซื้อไว้เป็นคู่มือประจำกายในทุกสถานการณ์ หรือจะมอบเป็นของขวัญเพื่อนสาวก็เหมาะไปหมด!




ส่วนเรื่องราคาและโปรโมชั่น ผมขออนุญาตไม่ลงข้อมูลตรงนี้แล้วกันนะครับ ไม่อยากให้มันการค้ามากกกกนัก เท่านี้ก็โดนค่อนขอดแดกดัน (ทั้งแดกจริง แดกเล่น และแดกทีเล่นทีจริง) เยอะแล้ว ฮ่าฮ่า เอาเป็นว่าติดตามกันทางทวิตเตอร์ของอะบุ๊ก (twitter.com/abookpublishing) และทางเว็บไซต์ของอะบุ๊กก็แล้วกันครับ (abookonline.com)

และนี่คือตารางกิจกรรมเวทีครับ



มีกิจกรรมบางอย่างที่ผมอยากขยายเป็นพิเศษ
และอยากแนะนำเป็นการเน้นให้ชาวเอ็กซ์ทีนได้ติดตามกันครับ

‘The Secret of Pocket Book‘ กว่าจะมาเป็นหนังสือสักเล่ม
[บนเวทีงานอะบุ๊กแฟร์ เสาร์ที่ 25 กรกฎาคม เวลา 4 โมงเย็น]


กิจกรรมนี้ผมได้ไอเดียมาจากอะเดย์ฉบับ Pocket book ครับ Main course ของเล่มจะเป็นเรื่องราวของการทำพ็อคเก็ตบุ๊กทุกขั้นตอนโดยละเอียด เขียนเล่าโดยสองกองบรรณาธิการหนุ่มของอะเดย์ เอี่ยว และ แบงค์ เขาเล่าตั้งแต่เรื่องของการทำงานร่วมกันระหว่างนักเขียนกับสำนักพิมพ์ การทำงานของแต่ละตำแหน่งหน้าที่ ไปถึงโรงพิมพ์และขั้นตอนการผลิต จนเสร็จออกมาเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง บนเวทีจะเป็นโชว์ที่เอาเรื่องราวทั้งหมดนี้มาขยาย และเล่าให้เราฟังอย่างละเอียด และมีตัวอย่างจริงให้ดูกันด้วย เช่น ต้นฉบับ ปรู๊ฟ เพลต เบื้องหลังอื่นๆ เช่น แบบปกที่ไม่ได้ใช้ หรือหนังสือที่พิมพ์พลาด เป็นต้น

กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่อยากเป็นนักเขียนอาชีพ หรืออยากทำงานสำนักพิมพ์และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือนะครับ ใครสนใจ อย่าพลาดครับ :-)


แขกรับเชิญพิเศษ และ Hilights น่าสนใจ

เสาร์ 25 กรกฎาคม 2552
บ่ายสามครึ่ง: ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม
หกโมงเย็น: ต่าย เต้ย จาก Dear Galileo
หนึ่งทุ่ม: เปอร์ ซันนี่ และอะเดย์ทีวี!


อาทิตย์ 26 กรกฎาคม 2552
บ่ายโมงครึ่ง: ใบพัด สนทนาวิชาเลี้ยงเงิน
และ Preview หนังสือการเดินทางในเยอรมนีของเด็กติ๋มไตรภาค!
บ่ายสองโมง: ดีเจอ้อย นภาพร แนะวิธีมองโลกให้สวยใน 30 นาที
ด้วยหลักสูตร 'คิดบวกเร่งรัด'
บ่ายสาม: ทรงกลด นิ้วกลม สองหนุ่มนักโบกกับสาวผู้โชคร้าย
(ที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่นี่)

จันทร์ 27 กรกฎาคม 2552
ห้าโมงครึ่ง: เชิญคุณมานั่งเป็นแบบให้ ยุง ขายหัวเราะ วาด รูป 'สวย-หล่อ กว่าตัวจริง!'

อังคาร 28 กรกฎาคม 2552
ห้าโมงเย็น: หัวแจกัน โชว์วาดแก๊กสดๆ บนเวที
ห้าโมงครึ่ง: มารู้จักกับ Youth Venture
ที่จะช่วยสานฝันเยาวชนที่มีโครงการเด็ดที่จะเปลี่ยนแปลงโลก!
หกโมงเย็น: เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ กับโครงการการ์ตูนซีรีส์ฮีโร่หญิงล้วน!

พุธ 29 กรกฎาคม 2552
ห้าโมงเย็น: เรื่องราวของตัวการ์ตูนที่มีอายุ 10 ขวบปี: Joe SeaCret Agent โดย สุทธิชาติ SS
ห้าโมงครึ่ง: พลอย จริยเวช แนะนักอยากเขียนแนวไลฟ์สไตล์ และเรื่องเดินทาง
หกโมงเย็น: วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล กับบทบาทนักเขียนและนักดนตรี

พฤหัส 30 กรกฎาคม 2552
ห้าโมงเย็น: นักเขียน Blog ที่อยากออก Book ห้ามพลาด!
ช่วงนี้นำทีมโดย มาสเตอร์แชมป์ ตามด้วย วิชัย บองเต่า เฮียเส่ง และ เจ๊น้อยหน่าเข้าครัว
หกโมงเย็น: อุ้ม สิริยากร พุกกะเวส แห่ง OOM
พาคุณไปรู้จักกับหนังสือพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า 'บุ๊กกาซีน'


โอ๊ย ยาวมาก ยาวอะไรเช่นนี้ นี่คือผมพิมพ์ใน Word ก่อนอะครับ และปัจจุบัน ผมอยู่ที่หน้า 6 อ๊าก บ้าไปแล้ว ช่วยด้วย ดังนั้นจึงขอจบการเขียนแนะนำหนังสือไว้แต่เพียงเท่านี้ล่ะครับ เจอกันพรุ่งนี้ ที่ชั้น 6 ลาน Beacon, Central World นะคร้าบ