words

Say it!

posted on 26 Feb 2009 02:42 by bickboon  in impressive, words
สิ่งหนึ่งที่ผมกลัว นั่นคือการกลายเป็นบล็อกเกอร์ที่นานน้าน~จะเขียนซักที
แต่สิ่งที่กลัวยิ่งกว่าก็คือ ผมกลัวจะกลายเป็นบล็อกเกอร์ประเภทที่
นานน้าน~จะโผล่มาซักที ซึ่งพอโผล่มาที ก็มีแต่ขายของ!
(หลายเสียงเริ่มบอก "อือ มึงเป็นแล้ว")

ไม่นะ! ไม่!!!

เอาล่ะครับ เลิกดราม่า แล้วมาฟังกันดีกว่าว่า
อะบุ๊กมีหนังสือเล่มไหนมานำเสนอบ้าง...
ไม่ใช่ครับ! ล้อเล่นครับ!! (แหะๆ... แต่อย่าเผลอนะ)
.
.
.



ก้อง ทรงกลด บางยี่ฯ ให้เว็บนี้ผมมาครับ
(ย่อนามสกุลเขาทำไมน่ะ ละพยางค์เดียวเองนะ -..-)
เนื่องจากพวกเราจะมีปัญหากันเยอะมากตอนทำต้นฉบับ
ในการถอดเสียงภาษาต่างๆ เป็นภาษาไทย
ภาษาอังกฤษไม่เท่าไหร่ครับ เพราะเราคุ้นเคยจนอย่างน้อยก็พอเดาได้
แต่ทีนี้ภาษาอื่นๆ นี่สิครับ -..- เป็นต้นว่า
ตอนทำต้นฉบับ ฟินแลนด์ไม่มีแขน ก็แบบว่า เอิ่ม
ชื่อภาษาฟินนิชดังกล่าวนี้นี่มันออกเสียงยังไงเหรอ... อ่า...
ไหนใครไปตามชาวฟินแลนด์ที่รู้จักและอาศัยอยู่แถวเอกมัยมาคุยกันหน่อยซิครับ
ฟักกิต! มันจะไปหามาจากไหนง่ายๆ ละครับบบบ!!! -*-

ไปดูกันครับ --> TEXT-TO-SPEECH

อีเว็บนี้มันแจ๋วตรงนี้ครับ คือ มันมีเสียงให้เลือกหลายแบบ
หลายบุคลิก (ชาย หญิง เด็ก แก่) และหลายสัญชาติ
โดยแต่ละสัญชาติ จะมีสำเนียงอย่างชาตินั้นๆ ติดมาด้วย เช่น
ถ้าผมใส่ตัวหนังสือลงไปในช่อง 'TYPE YOUR TEXT HERE' ว่า
'FUCK ME, PLEASE.' แล้วเลือกเสียง English (US) Laura
พอกดปุ่ม SAY IT! ก็จะปรากฏเป็นเสียงสาวสวยแต่เนือยของเจ๊ลอร่าว่า
"ฟัก หมี, พลี้ส." อาห์ เท่จริงๆ ครับ
แต่ถ้าคุณเลือกตรง 'SELECT A VOICE' ให้เป็น English (UK) Graham
เมื่อกดปุ่ม SAY IT! ก็จะกลายเป็นเสียง
ของลุงแกรห์ม, ชายกลางคนชาวอังกฤษผู้หนึ่ง
เอ่ยอย่างผู้ดีสำเนียงบริติชว่า "ฟัก เม่, พลี่ซ."
เห็นภาพลุงแกในชุดทักซิโด้หางยาว กล่าวแล้วโค้งหนึ่งที -_-

สนุกตรงนี้ครับ ใครอยากรู้ความแตกต่างระหว่างสองสำเนียงนี้
(American และ British) ก็ลองเลือกดูครับ
เอาคำที่จะต่างกันชัดๆ หน่อย เช่น อ่า อะไรดี.. Elevator ละกัน (ที่แปลว่าลิฟต์)
หรือคำที่มีตัว r เยอะๆ ลงท้าย -er หรือ -or ราวๆ นี้

นอกจาก English ยังมีภาษาอื่นๆ ให้เลือกอีกคือ
Arabic, Canadian French, Danish, Dutch, Finnish,
French, German, Greek, Italian, Norwegian, Polish,
Portugese, Russian, Spanish, Swedish และ Turkish
.
.
.



แนะนำอีกเว็บนึงครับ สมมติไปเจอคำที่หน้าตาประหลาด
ประมาณว่าดูไม่ออกว่าเป็นชาติภาษาไหน
ให้ไปที่เว็บนี้ก่อนครับ Language Identifier
พิมพ์คำต้องสงสัยลงไปในกล่อง แล้วกด "Guess language"
มันจะช่วยเดาให้ครับว่า คำที่ว่าเป็นคำจากภาษาอะไร
แล้วเราค่อยเอาคำนั้นมาเลือกภาษาใน Text-To-Speech
เพื่อฟังเสียงอ่านอีกทีครับ

แหะๆ หนุกดีนะ

ปล.อัพเรื่องทำนองนี้ทีไร รู้สึกตัวเอง geeky มาก -_-



อั๊พคราวหน้า สงสัยว่าจะได้ขายของอีกแล้วล่ะครับ เขินจัง
(ไม่เห็นเขินซะที -..-) แหะๆ แหม ก็มันใกล้เข้ามาแล้วนี่ครับ
งานสัปดาห์หนังสือปีนี้ 26 มีนาคม - 6 เมษายน นะครับ
อะบุ๊กอยู่บูธใหญ่ ตรงประตูทางเข้าเพลนารีฮอลล์เลยครับ
หมายเลขบูธเอ็กซ์มาก.. X06 ครับ


เปิ๊ดสะก๊าด

posted on 29 Oct 2008 05:09 by bickboon  in words



หนังสือเล่มนี้ได้มาจากบูธของราชบัณฑิตยสถานที่ผมเป็นแฟนประจำ -..-
คราวก่อนได้เล่มนี้มาครับ --> พจนานุกรมคำใหม่ เล่ม 1
ซึ่งสนุกมาก ทุกวันนี้ยังเอามานั่งอ่านเวลาเบื่อๆ หรือเครียดๆ
สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้ดี -..-

รู้ รัก ภาษาไทย เล่ม 1 นี้ มีหลายคำที่น่าสนใจ
วันนี้ขอนำเสนอ 2 คำที่อ่านไปเจอแล้วต้องร้อง "หา!?!?!" เสียงดังมาก
เพราะความที่คาดไม่ถึงที่มาอันลึกซึ้งสุดจะหยั่ง

คำแรก
เปิ๊ดสะก๊าด
เคยได้ยินไหมครับ? เป็นภาษาเก่าๆ หน่อย
ใครเป็นแฟนนิยายเก่าๆ หรือหนังสือแนวพล นิกร กิมหงวน ล่ะก็
น่าจะเคยได้ยินมาบ้าง เทียบกับศัพท์สแลงในยุคหลังๆ น่าจะตรงกับ
หรูหรา เริ่ด เลิศ จ๊าบ กิ๊บเก๋ หรืออะไรเทือกๆ นี้
เช่น แหม วันนี้เจ้าหล่อนแต่งตัวเสียเปิ๊ดสะก๊าด
ไม่แคล้วต้องไปงานลีลาศที่สวนอัมพรกับท้านเจ้าคุณเป็นแน่ ไรงี้
ไม่น่าเชื่อครับว่า คำว่า เปิ๊ดสะก๊าด มันมาจากภาษาอังกฤษ
เล่ามาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเดาไปว่า postcard รึเปล่าครับ?
เพราะผมก็นึกว่ามาจากโปสการ์ดเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เลยครับ
เพราะที่จริงแล้ว เปิ๊ดสะก๊าด มาจาก (ลองเดาดูก่อนจะ hilight ดูเฉลยนะครับ)

First class ครับ!!!! อ๊ากกกก เป็นไปได้ยังง้ายยยยย
เป็นไปได้ครับ มันมาจากคนไทยสมัยก่อนฟังสำเนียงอังกฤษไม่ชัด
แถมไม่สามารถออกเสียงตามให้เหมือนได้ เลยเจตนาเพี้ยนซะ
เพื่อความสะดวกลิ้นนั่นเอง (ผมว่าคงเป็นทำนองเดียวกับ
ออกเสียงแชมพูยี่ห้อ Feather เป็น แฟซ่า นั่นล่ะมั้งครับ)
ทีนี้นอกจากสำเนียงจะเพี้ยนแล้ว ความหมายก็เพี้ยนตามไปด้วย
จากที่หมายถึงคุณภาพดีเลิศ ชั้นยอด ชั้นหนึ่ง
กลายเป็นเก๋ไก๋ หรูหรา ไปได้เสียนี่ (ส่วนใหญ่ใช้กับการแต่งกายครับ)




คำที่สอง
อีหรอบ
คำนี้คนรุ่นใหม่ก็ยังใช้กันอยู่ แต่เชื่อว่าไม่มีใครรู้ที่มาแน่นอน
(ใครรู้นี่เก่งมากครับ!) โดยใช้เป็นสำนวนว่า
เข้าอีหรอบเดิม, ลงอีหรอบเดิม, มาอีหรอบเดียวกัน เป็นต้น
แปลว่า กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง
ส่วนใหญ่ใช้ในทางไม่ค่อยดี ประมาณว่า
โห หมู่นี้พี่บิ๊กขยันอั๊พบล็อกนิ แต่เดี๋ยวคอยดูเหอะ
อีกไม่นานก็คงเข้าอีหรอบเดิม กลับไปอู้อีกแหละ
(ตัวอย่างบาดใจมากครับ แต่เก็ตทันทีเลยใช่ไหมครับ
เห็นไหมครับ ผมยอมเอาตัวเข้าแลกเชียวนะครับ T^T)
หรือ แหม แกสองคนนี่มาอีหรอบเดียวกันเลย
เล่นมุขขอกินฟรีไปวันๆ พอๆ กัน

ใครจะไปเชื่อครับว่า อี 'อีหรอบ' นี่จะมาจากภาษาอังกฤษคำว่า
(ลองเดาดูก่อนครับ ไม่ยากมากครับ เสียงคล้ายๆ กันครับ)

Europe คร้าบบบบบ!!!! อ๊ากกกก (อะเกน) ใครจะไปรู้วะะะะ
คำว่า อีหรอบ เป็นคำที่คนไทยแต่ก่อนออกเสียงคำว่า ยุโรป ครับ
เช่น ดินอีหรอบ ก็คือดินปืนที่มาจากประเทศทางยุโรป
แต่ต่อมาความหมายของอีหรอบเปลี่ยนไปครับ
กลายเป็นแปลว่า แบบ แนว ทำนอง หรือ ลักษณะ นั่นเอง


เจอไปสองคำก็เล่นเอาผมหงายหลังไปแล้วสองทีครับ
เชื่อผมรึยังครับว่าหนังสือเล่มนี้อ่านสนู้กสนุกจริงๆ

เดี๋ยววันหลังจะเอามาฝากอีกนะครับ



Quote ที่ผมชอบ จากหนังสือ 'อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก'
ของพี่วินทร์ เลียววาริณ

"ใช้หัวใจรักคนอื่น
แต่เมื่ออกหัก
ใช้สมองเข้าใจคนที่เรารัก"


จากตอน 'ฮาร์ท' กับ 'เฮด', หน้า 89

ทำยากครับ
แต่ถ้าทำได้ จะมีความสุข
และความรักก็จะยังคงเติบโตในหัวใจของเราได้ต่อไป