appreciative

ปรัชญาของการไม่สั่ง

posted on 05 Mar 2009 13:17 by bickboon  in appreciative

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ปักหลักทำงานที่สำนักพิมพ์
นอนค้างมาหลายวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะตื่นมาแต่เช้า
ราวๆ 9 โมงกว่าก็ตื่นแล้ว และถ้าผมตื่นเช้า ผมจะหิว
(แต่ถ้าตื่นสาย ซัก 11 โมง กว่าจะหิวและได้กินคือ 5-6 โมงเย็นเป็นมื้อแรก)
เดินลงไปยังร้านพี่หนิง อาหารตามสั่ง ซึ่งปกติจะสั่ง
แต่พอหิวมากๆ เข้า เราก็ไม่อยากรอ
จึงดูเอาว่าอาหารแนวข้าวราดแกงมีอะไรน่ากินบ้าง
แล้วชี้เอาเลย 3 อย่าง

3 วันมาแล้วที่ทำแบบนี้ พบว่ารู้สึกดีมาก!
หนึ่ง ไม่ต้องรอนาน
สอง มันก็อร่อยดีนี่นาไอ้ของที่เขามีน่ะ
สาม รู้สึกตัวเองพอใจกับอะไรง่ายขึ้น

ผมเป็นคนชอบอาหารตามสั่ง
ที่ไหนก็กินได้ และอร่อยพอๆ กันไปหมด
เจ้าไหนไม่ได้เรื่อง ก็ไม่แย่จนอยากถุยทิ้ง
เจ้าไหนอร่อย ก็ไม่ได้อร่อยมากซะจนยอมตาย
เรียกว่ากลางๆ ต่อให้ไม่อร่อยก็ไม่บาดเจ็บทางความคาดหวังมาก
และปกติจะสนุกกับการสั่งและสร้างสรรค์
พยายามคิดอะไรแปลกๆ แก้เบื่อ
แต่บางทีเวลาล้าๆ มันก็ขี้เกียจคิดนะ

ข้าวแกงมันก็ฝึกเราอย่างหนึ่ง
มันฝึกให้เราพอใจกับตัวเลือกที่มีนั่นแหละ
ถึงจะไม่ได้อย่างที่เราต้องการเป๊ะ
แต่มันก็อร่อยตามสภาพนะ
ไม่เหนื่อยดี ไม่ต้องคิดว่าจะสร้างสรรค์จานนี้อย่างไร
แถมอิ่มทันใจ กลับมาทำงานต่อได้ไวด้วย



นานๆ จะเขียนบล็อกกลางวันแสกๆ ซะที สนุกดีเหมือนกันครับ


Eye Opener

posted on 11 Nov 2008 01:15 by bickboon  in appreciative
วันนี้ผมเจอคนทำนิสัยไม่ดีใส่

พูดแค่นั้นยังเบาไป บอกว่า "เหี้ยใส่" น่าจะตรงกว่า
ไม่ใช่แค่เหี้ยเฉยๆ ถ่อยใส่อีกต่างหาก
(ต้องแจกแจง เพราะบางครั้ง
คนเราสามารถ 'เหี้ยใส่กันโดยไม่ถ่อย' ก็ได้เหมือนกัน)

ผมเคยเป็นเด็กขี้โมโห ใจร้อน
และช่วงหนึ่งเคยเป็นวัยรุ่นที่ขี้หงุดหงิดและขี้โวยวายมาก
แต่พอโตมาก็กลายเป็นคนใจเย็นพอสมควร
แม้ว่าบางครั้งจะมีหลุดเดือดออกมาบ้าง
แต่ก็เป็นเดือดเดี๋ยวด๋าว ไม่เคยมีเรื่องราวกับใคร

สิ่งที่เกิดในวันนี้ยิ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่า เออ กูคงโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ

ผู้เหี้ยและถ่อยใส่ผมวันนี้เป็นคนที่ผมเคยคิดว่าเป็นคนดีใช้ได้
แต่วันนี้เขาหน้ากากหลุด และควบคุมตัวเองไม่ได้
หางจึงโผล่ออกมา เผยตัวตนที่แท้จริง
ถ้าเป็นซัก 10 ปีก่อนอาจจะมีชกปากกันนะนี่
(ทำแมนห้าวไปงั้นล่ะครับ ผมกล้าชกใครที่ไหน
เคยคิดอยู่้เหมือนกันว่า ถ้าโกรธใครมากๆ จนขั้นอยากทำร้าย
ผมว่าผมคงกระโดดบีบคอมันมากกว่า คงไม่ชกอะ)

แวบหนึ่งวันนี้ก็คิดจะเปิดศึกอยู่เหมือนกัน แต่ก็แค่แว้บเดียว
เพราะคิดขึ้นมาได้ว่า แล้วจะเหี้ยกลับไปทำไมให้เสียพลังงาน
คนอย่างนี้ต่อให้ใช้ถ่อยสู้ถ่อยจนชนะ ชีวิตเราจะมีอะไรดีขึ้นไหม
คำตอบคือ ไม่เลย

อีกวูบหนึ่งอยากเข้าใจกระบวนการคิดของเขา
คือ อยากรู้ว่ามึงเป็นอะไรมากมั้ยนั่นน่ะ
แต่ก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะพยายามเข้าใจ
เพราะบางสิ่งบนโลกนี้ เราไม่ต้องเข้าใจก็ได้
เมื่อพบว่ามันไม่ดี เราก็แค่เดินจากมันมาซะ ก็เท่านั้น

และที่แปลกที่สุดคือ
ภาพที่อยู่ในหัวผม ขณะที่ความถ่อยกำลังขยับปากอยู่ตรงหน้า
ผมเห็นใบหน้าของคนที่ผมรัก มากมาย หลายคน
ผมเห็นคนดีๆ ที่อยู่ในชีวิตของผม มากมาย หลายคน
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้นคือ ผมรู้สึกรักคนเหล่านั้นมากเหลือเกิน
เพราะผมรู้สึกว่า ผมโชคดีจัง ที่มีคนเหล่านี้อยู่ในชีวิต

ความถ่อยของคนคนหนึ่งซึ่งไม่มีความหมายอะไร
สามารถทำให้ผมรู้สึกดีกับตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ

เจอใครเหี้ยใส่หรือถ่อยใส่ อย่าไปโกรธเขาครับ
นึกขอบคุณเขาซะ แล้วเดินออกมา
คิดถึงเพื่อนฝูง พ่อแม่พี่น้อง คนรัก
แล้วคุณจะรู้ว่า คุณโชคดีแค่ไหน
ที่สามารถเดินหนีความเฮงซวยที่อยู่ตรงหน้า
กลับไปหาคนดีๆ ที่รักเรา ที่กำลังรอเราอยู่ได้



วันนี้พบอีกหนึ่งอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น นั่นคือ

"You are almost out of space for your Gmail account.
You can view our tips on reducing your email storage
or purchase additional storage."


ผมเคยคิดว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องลบอะไรทิ้งอีกต่อไปแล้ว
ปรากฏว่าผมคิดผิดแฮะ -_-


"You are currently using 6900 MB (95%) of your 7261 MB."

8GB สมัยนี้มันปะติ๊ดเดียวเองนิ -__-'

อีดิตอธิบาย: แหะๆ ที่มันเต็มเพราะว่า
ผมใช้รับส่งงานเยอะมากครับ
งานพวก graphic แต่ละไฟล์ใหญ่เท่าบ้าน -_-'

ดังนั้นสิ่งที่นั่งทำมาตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา
คือการย้อนกลับไปลบเมลเก่าที่ไม่จำเป็นต้องเก็บ
ปรากฏว่า มันเป็นการเดินทางย้อนเวลาอันสนุกสนาน
เหมือนการอ่านไดอะรี่ดีๆ นี่เองครับ
เพราะอีเมลเหล่านี้ช่วยบันทึกเรื่องราวได้ละเอียดมาก

วันนี้ลองย้อนกลับไปอ่านอีเมลเก่าใน inbox และ sent box ของคุณดูสิครับ
สนุกนะ :-D



อนึ่ง, สำหรับผม จีเมลก็ัยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบันนี้อยู่ดีครับ


Bear hug

posted on 27 Oct 2008 03:21 by bickboon  in appreciative

ผมเป็นหมีตัวหนึ่ง บางคนในชีวิตเรียกผมว่าพี่หมี (บ้างก็ลุงหมี)
นอกจากหุ่นหมี ผมว่าคงเพราะนิสัยและวงจรชีวิตก็คล้ายหมี
นั่นคือมีโหมดต่างๆ เช่น โหมดจับปลา
(นึกภาพหมียืนมึนๆ อยู่ในลำธาร แต่สักพักก็วักอุ้งมือลงไปในน้ำอย่างแรง
แล้วก็มีปลาตัวอ้วนๆ กระเด็นขึ้นมาบนฝั่ง)
โหมดจับปลาของผมคือการมองหาและตะครุบจับนักเขียนและต้นฉบับครับ




จากนั้นก็จะเข้าสู่โหมดแบร์ฮัก หึหึ
ต้นฉบับและนักเขียนทั้งหลายจะถูกผมฟัดไปมา
ดูเหมือนรุนแรง แต่ที่จริงทำเพราะความรักนะครับ (ชื่อก็บอกแล้วว่าฮัก, ฮัก)



ช่วงแบร์ฮักเนี่ยจะเสียพลังงานมาก ต่อมาจึงต้องเป็นโหมดชิวๆ บ้าง
ได้แก่โหมดหมีเกาหลัง ซึ่งเป็นโหมด self-entertaining น่ะเอง

นั่นคือการถูหลังไปมากับต้นไม้ ส่ายก้นซี้ดปากอย่างเพลิดเพลิน
ช่วง 3 วันที่ผ่านมานี่แหละครับที่ผมอยู่ในโหมดนี้
นอนตื่นสาย ปล่อยใจสบาย และปล่อยสมองว่างเปล่า
พบปะสังสรรค์เพื่อนฝูงที่เราไม่มีเวลาให้มาสามเดือนเต็มๆ



ที่จริงยังมีอีกโหมดนึงที่ผมกำลังตั้งหน้าตั้งตารอ นั่นคือโหมดหมีจำศีล
หมายถึงการพักร้อนเป็นช่วงยาว (เล็งไว้ว่าบริเวณชายทะเลสักชายหนึ่ง)
เพื่อไปเรียกความสดชื่นสู่ชีวิตอย่างเต็มที่ สะสมพลังงานเต็มเปี่ยม
จะเป็นช่วงที่ได้อ่านหนังสือ (อื่นๆ ที่ไม่ใช่งาน) เพื่อเติมอะไรๆ ใส่สมอง
จะได้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด



โหมดไฮเบอร์เนตนี่ยังเล็งอยู่ว่าจะเป็นตอนไหนดี
นี่ก็แอบเล็งไว้ว่าน่าจะเป็นกลางๆ เดือนธันวาคมไปจนถึงปีใหม่นะครับ
(ปีที่แล้วผมก็จำศีลช่วงนี้แหละ แหะๆ)
เนื่องจากช่วงต้นพฤศจิกายนไปจนถึงเกือบๆ กลางธันวาคม
อะบุ๊กยังต้องออนทัวร์ไปขายหนังสืออีก 3 จังหวัด
(ชลบุรี, ขอนแก่น และเชียงใหม่ ตามลำดับ)
และก่อนปีใหม่ อะบุ๊กยังต้องออกหนังสือใหม่อีก 1 ปก
แถมยังต้องเตรียมหนังสือใหม่อีก 4-5 ปกสำหรับ a book Street Fair
ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2009 ด้วย
(อ้ะ อันนี้อีเวนต์ใหม่ล่าสุด จัดครั้งนี้เป็นครั้งแรก
รอตามข่าวคราวจากบล็อกนี้ไปเรื่อยๆ นะครับ)



บล็อกวันนี้ผมอยากขอบคุณครับ
งานมหกรรมหนังสือฯ ปีนี้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ดีเกินกว่าที่หวังด้วยซ้ำ
และทั้งหมดจะไม่สามารถดีได้ขนาดนี้ถ้าไม่มีหลายคนช่วยกัน
อันนี้ขอทำตัวเป็นดาราขึ้นไปรับออสการ์นิดนึงนะครับ
ผมขอขอบคุณบุคคลดังต่อไปนี้ครับ


ประการแรก ขอบคุณพี่โหน่ง และพี่ปิงปอง ที่ให้งานผมทำ
ผมรู้สึกเป็นพระคุณมากจริงๆ ครับ
นอกจากจะเป็นงานที่ผมรักแล้ว
พี่ๆ ยังสร้างอะบุ๊กและอะเดย์เอาไว้เสียดิบดีและแข็งแรง
จึงทำให้งานของผมง่ายดายในหลายส่วน เพราะไม่ต้องสร้างใหม่จากศูนย์
ที่จะยากก็คือ ต้องทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ และไม่ให้เสียชื่อ
ซึ่งผมก็พยายามอยู่ทุกวันครับ
อยากจะบอกพี่ว่า ผมภูมิใจมากที่ได้ชื่อว่าเป็นคนของอะบุ๊กนะครับ

ต่อมา ขอบคุณทีมงานอะบุ๊กทุกคน โบจุง จุฬ ปอนด์ กอล์ฟ โอห์ม
ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ในช่วง 2 เดือนโหดที่ผ่านมา
พี่รู้ว่าทุกคนเหนื่อย แต่ผลของความเหนื่อยของเรามันก็ออกมาสวยงาม
และเป็นที่ชื่นชอบของคนมากมายเห็นไหม

ขอบคุณนักวาดภาพประกอบ เรียงพิมพ์และพิสูจน์อักษรทุกคนด้วย
ที่พยายามเร่งงานให้อย่างเต็มสตีม
และขอชื่นชมในความแข้มแข็งของจิตใจ
เพราะไม่มีใครถึงขั้นธาตุไฟเข้าแทรก เมื่อโดนผมตามงาน


ผมรู้สึกขอบคุณนักเขียนของอะบุ๊กทุกคน ไม่ว่าจะหน้าเก่าหรือหน้าใหม่
ที่ไว้วางใจมอบต้นฉบับดีๆ ให้เราเอามาตีพิมพ์เป็นหนังสือดีๆ
นักเขียนทุกคนน่ารักครับ นิสัยดี ไม่มีงี่เง่า
ซึ่งเราถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่งที่ได้ทำงานด้วย
(ตรงข้ามกับนักเขียนเหียก หยิ่ง เรื่องมาก ฯลฯ ต่างๆ
ที่ผมเคยเจอมาบ้างสมัยก่อนมาอยู่ที่นี่
และที่เคยได้ยินว่าคนอื่นๆ ได้เจอฤทธิ์เจอเดชกันมามากมาย)
ได้ทำงานกับคนดีๆ พูดจากันดีๆ เข้าอกเขาใจกันดี งานก็จะออกมาดีครับ
โดยเฉพาะนักเขียนเก๋าๆ ดังๆ เบสต์เซลเลอร์ๆ หลายคน
ที่ยังน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีใครดังแล้วนิสัยเสีย
แต่ยังทำตัวเล็กๆ สุภาพ ถ่อมตน และช่วยเหลือกันอยู่เสมอ

นอกจากนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้จากนักเขียนของเรา
และเป็นคุณสมบัติที่ผมชื่นชมมากก็คือ ความภูมิใจในผลงานของแต่ละคน
ผมเคยได้ยินมาว่าจะมีนักเขียนติสต์จัดบางประเภทที่มักงอแง
เมื่อสำนักพิมพ์อยากให้ช่วยทำอะไรนอกเหนือจากการเขียนหนังสือ
นัยว่าพวกท่านขอสร้างงานศิลปะของท่านอย่างเดียว เสร็จแล้วก็เหาะหนีไป
ไม่ขอลงมาเกลือกกลั้วกับธุรกิจ ซ้ำยังหงุดหงิดกับการโปรโมตและอีเวนต์ต่างๆ
ตลอดจนรำคาญการพบปะผู้อ่านและแฟนหนังสือซะอีก
ผมไม่ได้ว่าว่านักเขียนแบบนั้นไม่ดีนะครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่า มันน่าเสียดายนะ
เพราะผมเรียนรู้ว่า การเป็นนักเขียน ไม่ใช่แค่เขียนให้เสร็จ ก็จบงานหรอกครับ

เวลาเห็นนักเขียนภูมิใจกับงานตัวเอง และเข้าหาคนอ่าน มันน่าชื่นใจครับ
ผมเห็นความสุขที่แลกเปลี่ยนกันในวินาทีที่นักเขียนและนักอ่านพบกัน
แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ผมสัมผัสได้ว่ามันมีความหมายมาก
...กับทั้งสองฝ่าย


ขอบคุณนักเขียนทุกคนที่มาช่วยกันต้อนรับผู้อ่าน
ตลอดจนมาช่วยขายอย่างถวายหัว น่าซึ้งใจมากๆ ครับ
อะบุ๊กจะพยายามดูแลนักเขียนของเราทุกคนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ด้าน
อันนี้ผมสัญญาเป็นการส่วนตัวครับ


ผมรู้สึกขอบคุณพนักงานขายหนังสือของอะบุ๊กทุกคน
เพราะน้องๆ ทำงานกัน 13 วันวันละ 11 ชั่วโมง งานหนักมากนะครับ
แต่ทุกคนก็ทำกันสุดตัว และทุ่มเทกับงานมากๆ
และโดยเฉพาะปีนี้ อะบุ๊กได้รับคำชมเรื่องพนักงานขายว่าคัดมาดี ทำงานดี
พนักงานขายมีส่วนมากครับกับการตัดสินใจซื้อหนังสือของลูกค้า
เมื่อผมไปเดินงานในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง ถ้าผมเจอพนักงานงี่เง่า
พูดจาโง่เง่าไม่เข้าท่า ต่อให้อยากได้หนังสือดีราคาถูกจากบูธนั้นแค่ไหน
ผมก็จะเดินออกมาอย่างไม่เสียดายเลย เกลียดมัน -*-

ขอบคุณพี่ๆ จาก CVD ที่มาช่วยเหลือเรื่องสต็อกและการเงิน
และอยากขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับน้องกุ้ง ผู้ช่วยผู้จัดการของเดย์โพเอทส์
และเป็น Supervisor ที่ดูแลบูธมาโดยตลอด ทุกงาน
กุ้งเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ผมไม่เคยนึกห่วงเรื่องการออกงานของอะบุ๊กเลย
งานไว งานดี แก้ปัญหาได้ และสร้างความประทับใจด้วย
พี่อุ๊ (ผู้จัดการของเดย์โพเอทส์) เคยบอกไว้ว่า
สิ่งหนึ่งที่เดย์โพเอทส์อยากทำให้ได้ นอกจากทำงานที่มีคุณภาพ
ก็คือ เมื่อไหร่ที่ต้องทำงานกับหลายๆ ฝ่าย ทั้งคนนอก หรือกระทั่งคนใน
จบงานไปแล้ว เขาต้องรักและรู้สึกดีกับเราด้วย
ไม่ใช่จ่ายค่าจ้างก็จบ แล้วให้เขาไปด่าเราลับหลัง
และรู้สึกไม่อยากทำงานกับเราอีกต่อไป

ผมรู้สึกขอบคุณชาวเอ็กซ์ทีนทุกคน
ที่นี่เป็นชุมชนปัญญาชนที่อุดมด้วยนักเขียนนักอ่านรุ่นใหม่
เต็มไปด้วยจินตนาการ พลังงาน และไฟในการสร้างสรรค์อะไรมากมาย
ผมได้นักเขียนและศิลปินจากที่นี่ไปร่วมงานด้วยมากมาย
และเชื่อว่าคงได้อีกหลายรายสำหรับงานใหม่ๆ ในอนาคต
นอกจากนั้น ยังเป็นแฟนที่ตามไปอุดหนุน ซื้อและอ่านหนังสือของเราด้วย
หวังว่าหนังสือของอะบุ๊ก จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังนะครับ

สุดท้าย ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยดูแลผมทางด้านอารมณ์และจิตใจ

มีหลายครั้งที่สติหวุดหวิดจะหลุดลอย ปัญญาก็บกพร่องถดถอย
เนื่องจากระดับความเครียดพุ่งสูงจนหัวแทบระเบิด
ในสภาพอารมณ์เปราะบางใกล้บ้าเช่นนั้น
เพียงแค่มีคนที่บ่นด้วยได้ คนที่โทรหาได้
คนที่ยังหัวเราะกับมุขเสื่อมๆ ด้วยกันได้
หรือคนที่คอยให้กำลังใจบ้าง มันช่างมีความหมาย
และช่วยเติมพลังในการสู้อย่างมากมายครับ

อยากแบร์ฮักทุกคนด้วยความขอบคุณจริงๆ ครับ






               (ว่าแล้วก็หลับต่อครับ ฮ่าฮ่าฮ่า)







อนึ่ง, ถ้ายังมีอะไรบกพร่อง ทั้งในส่วนของหนังสือและบูธ
ผมขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ

วิจารณ์ ติ เสนอแนะข้อคิดเห็นได้ทางอีเมลของผมโดยตรงนะครับ
ที่ bickboon แอท จีเมล ดอท คอม ครับ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับอีเมลทุกฉบับครับ