Just when I needed you most.

posted on 22 May 2009 04:43 by bickboon  in life

มีประสบการณ์บางอย่างที่เป็นเรื่องเกินจะจินตนาการ
นั่นคือถ้าไม่เจอเองจะไม่มีวันรู้
แม้จะเคยนั่งร้องไห้ไปกับความเศร้า
และความสูญเสียของตัวละครในหนังมาแล้วนับสิบครั้ง
เมื่อพบประสบการณ์จริงด้วยตนเอง
เราก็จะยังอดนึกประหลาดใจในความรุนแรง
ของคลื่นอารมณ์ที่โถมทับเข้ามาไม่ได้

พ่อผมเพิ่งตายครับ
(ครั้นจะบอกวันเวลาลงไปตรงนี้
ก็จะแลดูให้หวยไปหน่อยน่ะนะครับ
เอาเป็นว่าเมื่อช่วงต้นเดือนแล้วกัน)

เชื่อว่าผมเองคงเหมือนอีกหลายคน
โดยเฉพาะที่มีญาติผู้ใหญ่ในวัยหกสิบเจ็ดสิบปีขึ้น
ที่อาจเคยแอบคิดเอาไว้ว่า เราจะเศร้าเสียใจสักแค่ไหนนะ
ในวินาทีที่พ่อแม่ของเราจากไป

ผมขอบอกว่า
ความรู้สึกที่เคยกะๆ เอาไว้นั้น
มันไม่ใกล้เคียงกับของจริงแม้เพียงเสี้ยวเดียว

ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยร้องไห้เยอะขนาดนี้เลย
ร้องไห้จนจะขาดใจมันเป็นยังไง เพิ่งจะได้รู้จริงกับตัวก็ตอนนี้เองแหละ

ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมรู้จักญาติสนิทของเราชาวมนุษย์โลก
ที่ชื่อว่า ‘ความตาย’ ดีขึ้นหลายเท่าตัวเลยครับ
ผมคงยังไม่แนะนำเขาให้คุณรู้จักในวันนี้
แต่กระนั้น, จากประสบการณ์ตรง
ผมก็อยากเล่าให้ฟังเป็นข้อคิดว่า
ถ้าสักวันเพื่อนของคุณมีอันทุกข์ใจและต้องเผชิญกับความสูญเสีย,
คุณ-ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง-จะทำอะไรได้บ้าง

วันนี้ขอนำเสนอแบบฮาวทู อ่านง่าย เข้าใจง่าย ทำตามง่ายด้วยครับ

•    เมื่อรู้ข่าว สิ่งแรกที่ควรทำคือ ติดต่อหาเพื่อนทันที ไม่ต้องเกรงใจ ย้ำว่านี่ไม่ใช่เวลาเกรงใจ แต่เป็นเวลาของกำลังใจครับ รับรองร้อยเปอร์เซนต์ว่าเพื่อนจะรู้สึกดีที่คุณโทรไป คุยสั้นๆ ครับ แสดงความเสียใจ ให้กำลังใจ อาจถามไถ่ว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า แล้วปล่อยให้เพื่อนทำธุระต่อ แต่ถ้าไม่สนิทมาก ส่งเมสเสจได้ครับ ไม่เป็นการเสียมารยาทแต่อย่างใด ผมได้รับข้อความเยอะมาก บางคนอยู่ไกล แต่พอได้ข่าวก็ส่งเมสเสจมาแทบทุกวันเลย
รู้สึกดีมากๆ กับทุกข้อความเลยล่ะครับ

•    ถ้าเป็นเพื่อนสนิท ถามไถ่รายละเอียดได้นะครับในเวลาที่เหมาะสม แต่ถ้าไม่สนิท ก็ไม่ต้องซักไซ้ไล่เลียงก็ได้นะว่าเป็นอะไรตาย คือ ถามได้นะครับ ได้เลย ยินดี แต่ไม่ต้องซักเอาดีเทลทุกช็อตได้มะ ผมรีเพลย์เรื่องราววันที่พ่อเสียไปทั้งหมดรวมสองร้อยครั้งได้ครับงานนี้ เมื่อยทั้งปากและเมื่อยทั้งอารมณ์พอสมควร เพราะทุกครั้งที่เล่าเราจะเห็นภาพอีก และเห็นอีก และเห็นอีกอะครับ ก็มีหลายครั้ง กับหลายคนที่ผมอยากเล่านะ แต่บางครั้ง และกับบางคน กับในบางจังหวะเวลา ผมก็รู้สึกนิดๆ ว่า ทำไมถามละเอียดจังอะครับ ซักยิกๆๆ อะ พี่จะเอาไปเขียนบทหนังหรือเปล่าครับ ไรงี้ เอาเป็นว่า ถ้าไม่สนิท แต่อยากรู้จริงๆ ให้กระซิบถามเอาจากชาวบ้านละกันเนาะ

•    และกรุณาอย่าวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์เจาะข่าวกันเลยครับ เช่น (อันนี้เจอกับตัว) ทำไมไม่รู้ล่ะว่าเป็นโรคหัวใจ ไม่เคยพาพ่อไปตรวจเลยเหรอ? เรื่องยังงี้มันต้องตรวจนะ... หรือ... โห นี่ถ้าไปโรงพยาบาลเร็วกว่านี้หน่อยก็รอดนะเนี่ย... ฯลฯ คือ โอเค ขอบคุณมากครับสำหรับความเห็น มีไทม์แมชชีนให้ยืมไหมล่ะครับ เดี๋ยวผมจะย้อนเวลากลับไปช่วยพ่อ รอตรงนี้แป๊บนะครับ ไรงี้ คือรู้นะว่าไม่ได้มีเจตนาอะไร และคอมเมนต์อย่างไม่ได้คิดอะไร แต่คิดอะไรซักหน่อยก็ดีนะครับผมว่า บางทีอะ

•    ถามเพื่อนว่าจะให้ช่วยติดต่อหรือบอกข่าวใครเป็นพิเศษไหม เช่น ที่ทำงาน หรือญาติสนิทที่เรารู้จัก อย่างผมเนี่ยมีพลังงานเหลือพอที่จะสามารถโทรบอกไม่กี่คนอะครับ ก็โทรหาพี่โหน่ง เพราะต้องลางาน เพื่อนสนิทจัดๆ อีก 3-4 คน หมดแรงแล้วครับ ร้องไห้อย่างเหนื่อย

•    และหลังจากนั้นก็กระจายข่าวได้เลยครับโดยไม่ต้องถามเจาะจงว่า จะให้บอกหรือไม่ให้บอกใครบ้าง บอกไปเหอะ เพื่อนจะขอบคุณเรามากๆ ครับ ผมเองก็เหมือนกัน ไม่รู้หรอกว่าต้องบอกใครบ้าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องบอกใครไหม แต่ได้เพื่อนนี่แหละบอกต่อให้ จึงได้กำลังใจกลับมาเยอะอะครับ

•    ถ้าพุ่งตัวไปหาได้ ไปเลย ไม่ต้องถามอีกเช่นกันว่า จะให้เราไปหาไหม ไม่ต้องกลัวเกะกะครับ ยิ่งสนิทยิ่งต้องไป เพื่อนอยากเจอเราครับ เชื่อผมเถอะ ตอนเพื่อนผมโผล่มาหานะ ดีใจอย่างแรงอะ

•    เมื่อเพื่อนร้องไห้ สิ่งที่คุณต้องทำคือ กอดเพื่อนไว้ และสิ่งที่คุณไม่ควรทำ คือบอกเพื่อนว่า “อย่าร้อง” มันทำไม่ได้หรอก

•    ย้ำว่า ถ้ากอดได้ กอด สัมผัสมนุษย์เป็นสิ่งวิเศษมากในเวลาอย่างนี้ โดยเฉพาะญาติมิตรที่รัก เข้าใจ และสนิทสนมกัน ช่วงงานศพพ่อ รวมไปถึงวันเผา ลอยอังคาร และทำบุญ ร่วมสิบกว่าวัน ผมกอดมนุษย์อุตลุดมาก มันช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ

•    ในยามเศร้าโศก สมองจะทำงานประมาณครึ่งเดียวครับ ผมนี่เบลอสนิทเลยครับ นึกอะไรไม่ออก ต้องทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ ไม่เคยมีใครในครอบครัวตายมาก่อนเลย อันนี้เป็นสิ่งที่เพื่อนจะช่วยได้เป็นอย่างดี ผมมีเพื่อนช่วยเป็นธุระให้หลายเรื่อง ตั้งกะติดต่อวัด จองศาลา ซึ่งทานโทษ รายละเอียดอย่างเยอะ จะสวดกี่คืน ศาลาแอร์หรือพัดลม อาหารเลี้ยงแขกจะสั่งอะไรบ้าง เลือกดอกไม้หน้าศพแบบไหน เลือกโลงแบบไหน ฯลฯ ดีที่สุดคือ เราช่วยรับหน้า เราช่วยคุยให้ แล้วหันมาถามเพื่อนให้เพื่อนตัดสินใจเป็นอย่างๆ ไป ที่จริงเรื่องพวกนี้เดี๋ยวนี้ง่ายมาก เพราะวัดจะจัดการให้หมด มาเป็นแพ็คเกจเลยครับ เราแค่ติ๊กเลือกเป็นข้อๆ ตามที่ต้องการเท่านั้นเอง

•    คุณที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิททั้งหลายครับ ผมขอย้ำว่า คุณเป็นคนสำคัญมากนะ ถ้าไม่ติดอะไร ไปเถอะครับ งานสวดงานอะไรก็ไปเถอะ เพื่อนรักผมมาเป็นกำลังใจให้ทุกคืน ถึงจะเอางานมานั่งทำมั่ง แล้วก็นั่งเล่นเกมบนไอโฟนตอนพระสวดมั่งไรงี้ก็ตาม แต่มันก็มาทุกคืนเลยนะ หันไปเห็นหน้าเขาเราก็อุ่นใจ และรู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

•    ถ้าคุณไม่ใช่เพื่อนสนิทจัด ไม่ต้องไปทุกวันก็ได้ แต่ถ้าสะดวก ไปซักวันก็ดีครับ มันมีความหมายต่อเขาและครอบครัวมากเลยนะ ผมมีเพื่อนของเพื่อนหลายคนที่เคยเห็นหน้ากันแค่ครั้งเดียว ยังไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ แต่เขามางานศพพ่อผม ผมรู้สึกขอบคุณอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ แม้ว่าคำแรกที่เราจะได้แลกเปลี่ยนกันจะเป็นประโยค “เสียใจด้วยนะ” และ “ขอบคุณที่มานะครับ” ก็ตาม

•    หลายคนไม่ไปงานศพญาติเพื่อนด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ผมเข้าใจได้ เนื่องจากผมก็เคยเป็น เช่น กลัวเห็นเพื่อนเศร้า ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จะใส่ซองทำบุญเท่าไหร่ ไม่มีเสื้อผ้า คงไปได้แป๊บเดียวเพราะมีธุระ ฯลฯ สารพัด เพื่อนผมคนหนึ่งพอรู้ข่าวก็รีบแวะมาในชุดสีสัน มาถึงก็เข้ามาจับมือ ไม่พูดอะไรซักคำ นั่งฟังพระสวดได้จบเดียวก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ ผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะปฏิบัติตนถูกธรรมเนียมงานศพหรือไม่ แค่เขามาผมก็ซึ้งแล้วล่ะ ดังนั้น ไม่ต้องกังวลนะครับ

•    ประสบการณ์นี้ทำให้ผมเลิกกลัวความตายไปเลยจริงๆ นะครับ เพราะได้เผชิญอย่างใกล้ชิด มันต้องเดินทางมาหาเราแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง ดังนั้นอย่ากลัวที่จะอยู่ใกล้มันครับ ผมเคยเป็นคนที่ไม่อยากไปงานศพมาก่อน เพราะไม่ชอบบรรยากาศของความเศร้าและสูญเสีย แต่อย่ากลัวเลย เราไม่ได้ไปงานศพเพื่อคนตายหรอก แต่เราไปเพื่อคนอยู่ต่างหาก เพื่อนของเรานั่นไง ไปอยู่กับเขาเถอะครับ

•    อย่าพยายามชวนเพื่อนสนุกสนานโดยหวังจะให้มันลืมความทุกข์ มีเพื่อนบางคนพยายามมาเล่นตลกให้ดูด้วยนะ พยายามปล่อยมุขต่างๆ อันนี้เข้าใจว่าหวังดี อยากให้เราหายเศร้าเร็วๆ แต่บอกตรงๆ ว่า ผมยังไม่อยากหายเศร้าหรอกนะ ปล่อยให้ผมเศร้าเถอะ ในฐานะเพื่อนแล้ว ผมว่าคุณไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่ปัดเป่าความเศร้าให้เขานะ มนุษย์เราต้องแสดงความเศร้าครับ มันคือธรรมชาติ อย่าไปหักห้าม ปล่อยให้เพื่อนได้รู้สึกอย่างที่เขารู้สึกซะ คุณแค่จับมือเพื่อนเอาไว้ และอยู่ข้างๆ เขา เท่านั้นเองก็เกินพอแล้ว

•    ถ้าคุณเป็นเพื่อนสนิท หลังจากงานสวดแต่ละวัน ลองหาเวลาอยู่กับเพื่อนตามลำพังนะครับ ผมเจอมาแล้วถึงรู้ว่า ‘โหมดรับแขกในยามเศร้า’ นั้นเป็นสิ่งที่โคตรจะเหนื่อยล้า ที่ผมอยากทำจริงๆ คือ นั่งร้องไห้ไป 7 วันจนถึงวันเผาเลย แต่ไม่ได้หรอก ยามรับแขกเราก็เศร้ามากไม่ได้ เพราะคนเขาจะเป็นห่วง แถมยังมีธุระที่ต้องจัดการมากมาย ไหนจะต้องคอยเป็นกำลังใจให้แม่และน้องๆ ด้วย สภาวะเหล่านี้มันดูดพลังอะครับ หลังเลิกงานสวดแต่ละวันเพื่อนผมก็จะพาไปกินข้าวบ้าง พาไปขับรถเล่นบ้าง ในยามที่เราอยู่กับเพื่อนสนิท เราจะหายเหนื่อยไปเยอะครับ เพราะเราออกจากโหมดรับแขกแล้ว ผมอยากเศร้าก็เศร้าได้ ผมไม่ต้องแสดงความเข้มแข็งก็ได้ ผมอยากจะนั่งเงียบๆ ไม่พูดอะไรเลยก็ได้ เพื่อนผมไม่ว่าทั้งนั้น เพื่อนผมเข้าใจ นี่คือความสำคัญของเพื่อนที่ผมแสนจะซาบซึ้งเลยล่ะครับ

•    ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องบิ๊วเศร้ากันมากนะครับ เพื่อนบางคนเศร้ากว่าผมอีกอะ แบบว่า เอ๊ะ ตกลงพ่อใครตายวะ รู้สึกจะเป็นพ่อกูนะ ทำไมมึงถึงเศร้าแซงไปซะตั้งขนาดนี้ คือด้วยความที่เราไม่รู้ว่าสภาพและหนังหน้าเราเป็นอย่างไรเพราะมัววิ่งวุ่น แต่เพื่อนจะเห็นว่าสีหน้าเราแย่และโทรมซีดมากจนมันสงสาร และเศร้าใจจนพูดไม่ออก มันเลยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เพราะมันรักเรานั่นเอง โถ เอางี้ครับ เอาเป็นว่า ให้ดูอารมณ์ของเพื่อนเป็นที่ตั้งก็แล้วกัน ถ้าเพื่อนเศร้าซัก 8 หน่วย เราก็เศร้าด้วย แต่ซัก 5-6 หน่วยก็พอ แต่ถ้าเพื่อนพยายามจะร่าเริง อั๊พสปิริตขึ้นมาราว 10 หน่วย เราก็ร่าเริงไปด้วยซัก 8 จะกำลังสวย

•    เออ และขออย่างเหอะ, อันนี้ผมเคยทำ และพอเจอกับตัวเองก็เลยสาบานว่าจะไม่ทำอีกเด็ดขาด, นั่นคือการคุยและหัวเราะกันเสียงดังในงานน่ะครับ ผมเข้าใจนะว่า บางทีงานศพก็เป็นโอกาสให้เพื่อนฝูงได้รวมรุ่นจับกลุ่มกัน มันก็ต้องมีเม้าบ้างอะไรบ้าง อันนี้เข้าใจอย่างยิ่ง แต่ช่วยเก็บอาการสนุกและเบาเสียงหน่อยเถอะครับ มีอยู่ซีนนึงจำได้เลยว่า ผมเข้าไปหาแม่ที่นั่งอยู่ในศาลา แล้วเป็นจังหวะที่แม่กำลังร้องไห้ และทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะของเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ด้านนอกแทรกเข้ามาหนึ่งครืน คือรู้แหละว่ามันไม่ได้ตั้งใจ แต่อารมณ์มันไม่ได้จริงๆ ว่ะ มันไม่เหมาะสมเลยอะ อย่าทำกันนะน้องนะ

•    ข้อสุดท้ายเหมือนจะมุข แต่ผมไม่ได้พูดเล่นครับ นั่นคือ ระวังมุข “พ่อมึงตาย” ไว้ให้ดีเชียว มันขำอะจ้ะในเวลาที่ไม่มีพ่อใครตายจริงๆ อะนะ แต่เพื่อนพี่เผลอพูดออกมาทีนึง สะดุ้งเฮือกกันไปทั้งวง ไอ้เพื่อนคนที่หลุดปากแทบจะทรุดกายลงกราบแทบพื้นแล้วตบปากตัวเองยี่สิบที พี่ก็ขำๆ อะ คือรู้ไงว่ามันไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็นะ มันสะเทือนจิตอะจ้ะ หกเดือนให้หลังค่อยมาเล่นก็โออยู่นะ

อย่าเพิ่งเกี่ยงงอนโง้นงี้หาว่าผมเอาเรื่องเศร้า เรื่องไม่เป็นมงคลมาเขียนให้อ่านกัน
บางคนอาจคิดว่า อ่านแล้วเดี๋ยวจะเป็นลางไม่ดีบ้างอะไรบ้าง
นี่ไม่ใช่เรื่องอัปมงคลหรอก แต่มันเป็นเรื่องธรรมชาติครับ
และเป็นเรื่องที่เราควรคุยกันไว้อย่างยิ่ง

ความตายอยู่รอบตัวเรานี่เองครับ
และถ้ามันมาเยือนครอบครัวของเพื่อนเรา
เขาจะต้องการกำลังใจจากเราที่สุดเลยนะ
ผมได้รับกำลังใจเหล่านั้นมาแล้ว ผมรู้ดีครับ

โอกาสนี้ก็ขอขอบคุณอีกครั้ง
สำหรับทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ผมและครอบครัวด้วยนะครับ




อนึ่ง, คิดถึงป๊าอะ อย่างแรง


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ angry smile ขอให้คุณ Bickboon และครอบครัวเข้มแข็งและเป็นกำลังใจให้กันต่อไปนะครับ

#1 By ข่าน on 2009-05-22 05:11

เสียใจด้วยนะครับพี่บิ๊ก

เป็นกำลังให้ครับผม

#2 By h|b|b on 2009-05-22 05:48

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

#3 By SkyKiD on 2009-05-22 05:51

เสียใจด้วยครับ

#4 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-05-22 07:06

เสียใจอย่างสุดซึ้งครับ

#5 By บองเต่า on 2009-05-22 07:15

หายเศร้าไวๆแล้วกันครับbig smile

#6 By sengkaraoke on 2009-05-22 07:15

แสดงความเสียใจด้วยครับพี่

#7 By SS on 2009-05-22 07:33

เสียใจด้วยนะครับ เข็มแข็งนะครับ เดี๋ยวก็ผ่านไป surprised smile

#8 By bellbell on 2009-05-22 07:42

ทุกอย่างจะดีขึ้นค่ะพี่บิ๊ก เป็นกำลังใจให้นะคะbig smile

#9 By SweetPuff on 2009-05-22 07:43

เสียใจด้วยนะคะพี่

หนูก็เพิ่งเสียอาม่าไปไม่กี่เดือนที่แล้ว

ขอยืนยันว่าการกอดเป็นสิ่งที่ช่วยได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้นทั้งมวล

สู้ๆ นะคะพี่ //กอดแรงๆ

#10 By Jeansbubble on 2009-05-22 07:46

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ,คุณบิ๊ก

...

#11 By caffeineaddict on 2009-05-22 08:03

เสียใจด้วยนะคะ ขอให้พี่บิ๊กเข้มแข็งในเร็ววันค่ะ

#12 By ตา-กลม on 2009-05-22 08:05

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

กลัวเหมือนกันเรื่องความตาย เพราะยังไม่เคยมีคนในครอบครัวเสียชีวิตมาก่อน
พยายามคิดไว้ว่ามีเกิดก็ต้องมีจาก sad smile

#13 By bakabo (~^) on 2009-05-22 08:08

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

ขอให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้งค่ะ

#14 By zestzero on 2009-05-22 08:11

เสียใจด้วยครับ

ขอให้กำลังใจฟื้นคืนมาโดยเร็วนะครับ

#15 By blade on 2009-05-22 08:15

เสียใจด้วยนะคะ

#16 By 1411 on 2009-05-22 08:32

ขอแสดงความเสียใจอีกครั้งครับ

#17 By wesong on 2009-05-22 08:51

เสียใจด้วยนะครับ

ผมเชื่อว่าพี่เข้มแข็งครับ

#18 By PUMP201 on 2009-05-22 08:54

เสียใจและเป็นกำลังใจด้วย

#19 By นักรบ on 2009-05-22 08:55

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

ขอเป็นหนึ่งในกำลังใจของพวกเรา
ให้ได้ อดทน เข้มแข็ง..
ผ่านช่วงเวลายากๆแบบนี้ไปด้วยกัน
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

#21 By cotyledonnutchan on 2009-05-22 09:10

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ
ธรรมชาติได้สอนให้รู้...
ถึงความไม่แน่นอนเสมอ

ธรรมรักษานะครับ

#22 By Nerd de Scriptorus on 2009-05-22 09:11

เสียใจด้วยนะครับพี่ เข้มแข็งไว้ครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

#23 By berserkrabbit on 2009-05-22 09:22

ซึ้งน้ำใจเพื่อนจนน้ำตาไหล

อย่าเศร้านานนะ เด๋วท่านจะเป็นห่วง
ท่านไปสบายแล้วล่ะ

ที่สำคัญอย่าลืมสังฆทาน
confused smile

#24 By ไทดี้ on 2009-05-22 09:22

เสียใจด้วยนะคะ big smile

และขอบคุณด้วยกับฮาวทู เราเป็นคนนึงที่ไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่กล้าคุยกับเพื่อนเลยตอนพ่อเค้าเสีย เราทำตัวไม่ถูก แต่ก็พยายามทำตัวตามปกติที่สุด เพราะเพื่อนเคยพูดมาประโยคนึงว่า "อย่ามาสงสารเรา" ขอบคุณค่ะ

#25 By ดินสอทราย on 2009-05-22 09:24

เสียใจด้วยนะคะพี่บิ๊ก
เป็นกำลังใจให้นะคะ

#26 By B a b o O on 2009-05-22 09:35

การกอดเป็น "การให้" แบบหนึ่งที่ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด แต่แสดงถึงเจตนาของเราได้อย่างชัดเจน

ขอกอดให้กำลังใจทางเน็ตทีนึงค่ะ สู้ๆ!

#27 By Allish on 2009-05-22 09:37






กอดนะ...






เสียใจด้วยค่ะ
แม่บอกว่างานรื่นเริงของเพื่อน...อาจจะเบี้ยวได้
แต่งานศพเป็นงานที่'ต้อง'ไป

เคยแม่เคยจัดงานศพยาย ก็เลยเข้าใจอารมณนี้เหมือนกันค่ะ
@->--

#29 By #G~nap# on 2009-05-22 09:48

เสียใจด้วยนะคับพี่บิ๊ก
สู้ๆนะ
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

เป็นกำลังใจให้หายเศร้าไวๆbig smile

#31 By .,NAT sh-hato,. on 2009-05-22 09:51

เสียใจด้วยครับ

#32 By WhiteMapleS on 2009-05-22 09:56

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ..
เสียใจด้วยครับ

เข้มแข็งนะครับ

#34 By K r a i on 2009-05-22 10:04

อ่านแล้วยิ่งรู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปงาน T_T

ยังไงหายเศ้ราไวๆครับ

#35 By The DeAtH on 2009-05-22 10:05

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับพี่บิ๊ก

#36 By panugan on 2009-05-22 10:11

ขอแสดงควมเสียใจด้วยครับ
angry smile

#37 By ecOnuizer on 2009-05-22 10:14

เสียใจด้วยค่ะ...

#38 By นกไร้ขา on 2009-05-22 10:29

เสียใจด้วยนะคะ

#39 By ~memay~ on 2009-05-22 10:35

เสียใจด้วยครับพี่

#40 By GuGGGar on 2009-05-22 11:02

เป็นกำลังใจให้นะครับพี่บิ๊ก ^^

#41 By boomz (58.8.84.202) on 2009-05-22 11:02




ด้วยอายุที่ค่อยๆ มากขึ้น
บ่อยครั้งที่ย้อนมองตัวเอง

มันคงยากมากจริงๆ

เป็นกำลังใจนะครับ

#42 By วิชัย... on 2009-05-22 11:10

เสียใจด้วยนะครับ
เรื่องคุณพ่อ...

#43 By Matt-sorR on 2009-05-22 11:11

"ผมเคยเป็นคนที่ไม่อยากไปงาน ศพมาก่อน เพราะไม่ชอบบรรยากาศของความเศร้าและสูญเสีย แต่อย่ากลัวเลย เราไม่ได้ไปงานศพเพื่อคนตายหรอก แต่เราไปเพื่อคนอยู่ต่างหาก เพื่อนของเรานั่นไง ไปอยู่กับเขาเถอะครับ"

ประสบการณ์นี้เป็นประโยชน์มากครับ ขอบคุณและเสียใจด้วยครับ

#44 By GURIKO (((Te@rdybe@R))) on 2009-05-22 11:14

เสียใจด้วยนะครับ

#45 By hollow on 2009-05-22 11:20

ขอแสดงความเสียใจอีกครั้งมาณ.ที่นี้ด้วยครับ

#46 By -----ROGER----- on 2009-05-22 11:33

ของผม ก็เพิ่งเสียไปกำลังจะครบ1ปี พอดีครับ

#47 By nuut on 2009-05-22 11:34

เสียใจด้วยนะครับพี่บิ๊ก
เคยผ่านบรรยากาศงานศพญาติของตัวเองกับลูกพี่ลูกน้องที่สนิทเหมือนกันครับ เข้าใจความเศร้าจากการสูญเสียเป็นอย่างดี และมันก็สอนให้เราทำดีกับคนที่ยังอยู่ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมาเสียใจในตอนหลังด้วย

ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

#48 By ลิงกับหมู on 2009-05-22 11:36

เสียใจด้วยนะคะ

หลายครั้งที่เราก็ไม่กล้าบอก ไม่กล้าถาม
กลัวเค้าเสียใจเพิ่มไปอีก..คงต้องคิดใหม่แล้วล่ะ
ไม่เป็นไรนะ ..สู้ต่อเนอะ surprised smile

#49 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-05-22 11:41

เสียใจด้วยจริงๆครับพี่...

#50 By pw. on 2009-05-22 11:42