Bear hug

posted on 27 Oct 2008 03:21 by bickboon  in appreciative

ผมเป็นหมีตัวหนึ่ง บางคนในชีวิตเรียกผมว่าพี่หมี (บ้างก็ลุงหมี)
นอกจากหุ่นหมี ผมว่าคงเพราะนิสัยและวงจรชีวิตก็คล้ายหมี
นั่นคือมีโหมดต่างๆ เช่น โหมดจับปลา
(นึกภาพหมียืนมึนๆ อยู่ในลำธาร แต่สักพักก็วักอุ้งมือลงไปในน้ำอย่างแรง
แล้วก็มีปลาตัวอ้วนๆ กระเด็นขึ้นมาบนฝั่ง)
โหมดจับปลาของผมคือการมองหาและตะครุบจับนักเขียนและต้นฉบับครับ




จากนั้นก็จะเข้าสู่โหมดแบร์ฮัก หึหึ
ต้นฉบับและนักเขียนทั้งหลายจะถูกผมฟัดไปมา
ดูเหมือนรุนแรง แต่ที่จริงทำเพราะความรักนะครับ (ชื่อก็บอกแล้วว่าฮัก, ฮัก)



ช่วงแบร์ฮักเนี่ยจะเสียพลังงานมาก ต่อมาจึงต้องเป็นโหมดชิวๆ บ้าง
ได้แก่โหมดหมีเกาหลัง ซึ่งเป็นโหมด self-entertaining น่ะเอง

นั่นคือการถูหลังไปมากับต้นไม้ ส่ายก้นซี้ดปากอย่างเพลิดเพลิน
ช่วง 3 วันที่ผ่านมานี่แหละครับที่ผมอยู่ในโหมดนี้
นอนตื่นสาย ปล่อยใจสบาย และปล่อยสมองว่างเปล่า
พบปะสังสรรค์เพื่อนฝูงที่เราไม่มีเวลาให้มาสามเดือนเต็มๆ



ที่จริงยังมีอีกโหมดนึงที่ผมกำลังตั้งหน้าตั้งตารอ นั่นคือโหมดหมีจำศีล
หมายถึงการพักร้อนเป็นช่วงยาว (เล็งไว้ว่าบริเวณชายทะเลสักชายหนึ่ง)
เพื่อไปเรียกความสดชื่นสู่ชีวิตอย่างเต็มที่ สะสมพลังงานเต็มเปี่ยม
จะเป็นช่วงที่ได้อ่านหนังสือ (อื่นๆ ที่ไม่ใช่งาน) เพื่อเติมอะไรๆ ใส่สมอง
จะได้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด



โหมดไฮเบอร์เนตนี่ยังเล็งอยู่ว่าจะเป็นตอนไหนดี
นี่ก็แอบเล็งไว้ว่าน่าจะเป็นกลางๆ เดือนธันวาคมไปจนถึงปีใหม่นะครับ
(ปีที่แล้วผมก็จำศีลช่วงนี้แหละ แหะๆ)
เนื่องจากช่วงต้นพฤศจิกายนไปจนถึงเกือบๆ กลางธันวาคม
อะบุ๊กยังต้องออนทัวร์ไปขายหนังสืออีก 3 จังหวัด
(ชลบุรี, ขอนแก่น และเชียงใหม่ ตามลำดับ)
และก่อนปีใหม่ อะบุ๊กยังต้องออกหนังสือใหม่อีก 1 ปก
แถมยังต้องเตรียมหนังสือใหม่อีก 4-5 ปกสำหรับ a book Street Fair
ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2009 ด้วย
(อ้ะ อันนี้อีเวนต์ใหม่ล่าสุด จัดครั้งนี้เป็นครั้งแรก
รอตามข่าวคราวจากบล็อกนี้ไปเรื่อยๆ นะครับ)



บล็อกวันนี้ผมอยากขอบคุณครับ
งานมหกรรมหนังสือฯ ปีนี้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ดีเกินกว่าที่หวังด้วยซ้ำ
และทั้งหมดจะไม่สามารถดีได้ขนาดนี้ถ้าไม่มีหลายคนช่วยกัน
อันนี้ขอทำตัวเป็นดาราขึ้นไปรับออสการ์นิดนึงนะครับ
ผมขอขอบคุณบุคคลดังต่อไปนี้ครับ


ประการแรก ขอบคุณพี่โหน่ง และพี่ปิงปอง ที่ให้งานผมทำ
ผมรู้สึกเป็นพระคุณมากจริงๆ ครับ
นอกจากจะเป็นงานที่ผมรักแล้ว
พี่ๆ ยังสร้างอะบุ๊กและอะเดย์เอาไว้เสียดิบดีและแข็งแรง
จึงทำให้งานของผมง่ายดายในหลายส่วน เพราะไม่ต้องสร้างใหม่จากศูนย์
ที่จะยากก็คือ ต้องทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ และไม่ให้เสียชื่อ
ซึ่งผมก็พยายามอยู่ทุกวันครับ
อยากจะบอกพี่ว่า ผมภูมิใจมากที่ได้ชื่อว่าเป็นคนของอะบุ๊กนะครับ

ต่อมา ขอบคุณทีมงานอะบุ๊กทุกคน โบจุง จุฬ ปอนด์ กอล์ฟ โอห์ม
ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ในช่วง 2 เดือนโหดที่ผ่านมา
พี่รู้ว่าทุกคนเหนื่อย แต่ผลของความเหนื่อยของเรามันก็ออกมาสวยงาม
และเป็นที่ชื่นชอบของคนมากมายเห็นไหม

ขอบคุณนักวาดภาพประกอบ เรียงพิมพ์และพิสูจน์อักษรทุกคนด้วย
ที่พยายามเร่งงานให้อย่างเต็มสตีม
และขอชื่นชมในความแข้มแข็งของจิตใจ
เพราะไม่มีใครถึงขั้นธาตุไฟเข้าแทรก เมื่อโดนผมตามงาน


ผมรู้สึกขอบคุณนักเขียนของอะบุ๊กทุกคน ไม่ว่าจะหน้าเก่าหรือหน้าใหม่
ที่ไว้วางใจมอบต้นฉบับดีๆ ให้เราเอามาตีพิมพ์เป็นหนังสือดีๆ
นักเขียนทุกคนน่ารักครับ นิสัยดี ไม่มีงี่เง่า
ซึ่งเราถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่งที่ได้ทำงานด้วย
(ตรงข้ามกับนักเขียนเหียก หยิ่ง เรื่องมาก ฯลฯ ต่างๆ
ที่ผมเคยเจอมาบ้างสมัยก่อนมาอยู่ที่นี่
และที่เคยได้ยินว่าคนอื่นๆ ได้เจอฤทธิ์เจอเดชกันมามากมาย)
ได้ทำงานกับคนดีๆ พูดจากันดีๆ เข้าอกเขาใจกันดี งานก็จะออกมาดีครับ
โดยเฉพาะนักเขียนเก๋าๆ ดังๆ เบสต์เซลเลอร์ๆ หลายคน
ที่ยังน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีใครดังแล้วนิสัยเสีย
แต่ยังทำตัวเล็กๆ สุภาพ ถ่อมตน และช่วยเหลือกันอยู่เสมอ

นอกจากนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้จากนักเขียนของเรา
และเป็นคุณสมบัติที่ผมชื่นชมมากก็คือ ความภูมิใจในผลงานของแต่ละคน
ผมเคยได้ยินมาว่าจะมีนักเขียนติสต์จัดบางประเภทที่มักงอแง
เมื่อสำนักพิมพ์อยากให้ช่วยทำอะไรนอกเหนือจากการเขียนหนังสือ
นัยว่าพวกท่านขอสร้างงานศิลปะของท่านอย่างเดียว เสร็จแล้วก็เหาะหนีไป
ไม่ขอลงมาเกลือกกลั้วกับธุรกิจ ซ้ำยังหงุดหงิดกับการโปรโมตและอีเวนต์ต่างๆ
ตลอดจนรำคาญการพบปะผู้อ่านและแฟนหนังสือซะอีก
ผมไม่ได้ว่าว่านักเขียนแบบนั้นไม่ดีนะครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่า มันน่าเสียดายนะ
เพราะผมเรียนรู้ว่า การเป็นนักเขียน ไม่ใช่แค่เขียนให้เสร็จ ก็จบงานหรอกครับ

เวลาเห็นนักเขียนภูมิใจกับงานตัวเอง และเข้าหาคนอ่าน มันน่าชื่นใจครับ
ผมเห็นความสุขที่แลกเปลี่ยนกันในวินาทีที่นักเขียนและนักอ่านพบกัน
แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ผมสัมผัสได้ว่ามันมีความหมายมาก
...กับทั้งสองฝ่าย


ขอบคุณนักเขียนทุกคนที่มาช่วยกันต้อนรับผู้อ่าน
ตลอดจนมาช่วยขายอย่างถวายหัว น่าซึ้งใจมากๆ ครับ
อะบุ๊กจะพยายามดูแลนักเขียนของเราทุกคนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ด้าน
อันนี้ผมสัญญาเป็นการส่วนตัวครับ


ผมรู้สึกขอบคุณพนักงานขายหนังสือของอะบุ๊กทุกคน
เพราะน้องๆ ทำงานกัน 13 วันวันละ 11 ชั่วโมง งานหนักมากนะครับ
แต่ทุกคนก็ทำกันสุดตัว และทุ่มเทกับงานมากๆ
และโดยเฉพาะปีนี้ อะบุ๊กได้รับคำชมเรื่องพนักงานขายว่าคัดมาดี ทำงานดี
พนักงานขายมีส่วนมากครับกับการตัดสินใจซื้อหนังสือของลูกค้า
เมื่อผมไปเดินงานในฐานะลูกค้าคนหนึ่ง ถ้าผมเจอพนักงานงี่เง่า
พูดจาโง่เง่าไม่เข้าท่า ต่อให้อยากได้หนังสือดีราคาถูกจากบูธนั้นแค่ไหน
ผมก็จะเดินออกมาอย่างไม่เสียดายเลย เกลียดมัน -*-

ขอบคุณพี่ๆ จาก CVD ที่มาช่วยเหลือเรื่องสต็อกและการเงิน
และอยากขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับน้องกุ้ง ผู้ช่วยผู้จัดการของเดย์โพเอทส์
และเป็น Supervisor ที่ดูแลบูธมาโดยตลอด ทุกงาน
กุ้งเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ผมไม่เคยนึกห่วงเรื่องการออกงานของอะบุ๊กเลย
งานไว งานดี แก้ปัญหาได้ และสร้างความประทับใจด้วย
พี่อุ๊ (ผู้จัดการของเดย์โพเอทส์) เคยบอกไว้ว่า
สิ่งหนึ่งที่เดย์โพเอทส์อยากทำให้ได้ นอกจากทำงานที่มีคุณภาพ
ก็คือ เมื่อไหร่ที่ต้องทำงานกับหลายๆ ฝ่าย ทั้งคนนอก หรือกระทั่งคนใน
จบงานไปแล้ว เขาต้องรักและรู้สึกดีกับเราด้วย
ไม่ใช่จ่ายค่าจ้างก็จบ แล้วให้เขาไปด่าเราลับหลัง
และรู้สึกไม่อยากทำงานกับเราอีกต่อไป

ผมรู้สึกขอบคุณชาวเอ็กซ์ทีนทุกคน
ที่นี่เป็นชุมชนปัญญาชนที่อุดมด้วยนักเขียนนักอ่านรุ่นใหม่
เต็มไปด้วยจินตนาการ พลังงาน และไฟในการสร้างสรรค์อะไรมากมาย
ผมได้นักเขียนและศิลปินจากที่นี่ไปร่วมงานด้วยมากมาย
และเชื่อว่าคงได้อีกหลายรายสำหรับงานใหม่ๆ ในอนาคต
นอกจากนั้น ยังเป็นแฟนที่ตามไปอุดหนุน ซื้อและอ่านหนังสือของเราด้วย
หวังว่าหนังสือของอะบุ๊ก จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังนะครับ

สุดท้าย ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยดูแลผมทางด้านอารมณ์และจิตใจ

มีหลายครั้งที่สติหวุดหวิดจะหลุดลอย ปัญญาก็บกพร่องถดถอย
เนื่องจากระดับความเครียดพุ่งสูงจนหัวแทบระเบิด
ในสภาพอารมณ์เปราะบางใกล้บ้าเช่นนั้น
เพียงแค่มีคนที่บ่นด้วยได้ คนที่โทรหาได้
คนที่ยังหัวเราะกับมุขเสื่อมๆ ด้วยกันได้
หรือคนที่คอยให้กำลังใจบ้าง มันช่างมีความหมาย
และช่วยเติมพลังในการสู้อย่างมากมายครับ

อยากแบร์ฮักทุกคนด้วยความขอบคุณจริงๆ ครับ






               (ว่าแล้วก็หลับต่อครับ ฮ่าฮ่าฮ่า)







อนึ่ง, ถ้ายังมีอะไรบกพร่อง ทั้งในส่วนของหนังสือและบูธ
ผมขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ

วิจารณ์ ติ เสนอแนะข้อคิดเห็นได้ทางอีเมลของผมโดยตรงนะครับ
ที่ bickboon แอท จีเมล ดอท คอม ครับ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับอีเมลทุกฉบับครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นกิจการอะบุ๊คเจริญเติบโตอย่างงี้
เราก็พลอยดีใจไปด้วย big smile
พี่บิ๊คมีพี่กุ้งก็เหมือนมีมือโปรหลายๆคนแล้วครับ
double wink

ปล.อ่านศัพท์หมูยังไม่จบเลยอ่ะ

#51 By มนุษย์เพลง on 2008-10-28 11:25

ซึ้งจังครับ big smile

#52 By redtear on 2008-10-28 15:35

^_______________^


ขอบคุณพี่บิ๊กเช่นเดียวกันนะค่ะ
ที่ทำให้ตาลเป็นส่วนหนึ่งของ i08

สนุกดี


มีงานหน้าอย่าลืมนึกถึงกันน้าาาา

สนุกและน่าประทับใจจนหายเหนื่อยเลยล่ะค่ะ

ขอบคุณผู้ซื้อที่รักทุกท่านนนนนน :)

#53 By tani~ (125.27.206.8) on 2008-10-28 16:36

ขอบคุณครับ
อ่านของพี่บิ๊ก ก้ยิ้มหน้าบานแล้วนะคะ
พออ่านcommentแล้ว ยิ้มหน้าบานแก้มปริเลยค่ะ :D
ขอบคุณพี่บิ๊ก พี่กุ้งและพี่ๆทุกคนมากเลยนะคะ
สนุกจนลืมเมื่อยเลยค่ะ :)

ปล. ศัพท์หมูเล่มสุดท้ายของงานที่มายได้มา สนุกมากๆเลยค่ะพี่ ติดใจๆ

#55 By มา (124.120.71.149) on 2008-11-06 00:35