สวัสดีครับทุกท่าน
อาชีพนักทำหนังสือสนุกดีนะครับ แต่ปวดครับ
ปวดตา ปวดหลัง ปวดหัว และปวดใจด้วย
อีสองปวดสุดท้ายนี่ไม่ได้แปลว่าอกหักหรือแอบรักใครนะครับ
แต่เพราะเรื่องต้องลุ้นมันเยอะจัดครับ
กลัวงานไม่เสร็จ
กลัวหนังสือออกไม่ทัน
กลัวนักเขียนส่งต้นฉบับช้า และ/หรือ เบี้ยวเอาดื้อๆ
กลัวคนทำภาพประกอบองค์ไม่ยอมลงแล้ววาดรูปไม่ออก ฯลฯ
ผมเป็นคนไม่ชอบความหวือหวาเร้าใจมากมายในชีวิต
ชอบอะไรเรียบๆ เรื่อยๆ มากกว่า
แล้วผมก็นึกว่าผมเลือกอาชีพถูกแล้วนะเนี่ย
อยู่กองบรรณาธิการหนังสือก็นึกว่าจะอ่านหนังสือกันไปเงียบๆ
พิมพ์งานกันไป แก้งานกันไปเรื่อยๆ มาเรียงๆ อย่างนี้เสียอีก
แต่ไม่เลย หัวใจกูจะวายทุกๆ 24 ชั่วโมง
ต่อให้ทำต้นฉบับส่งเข้าโรงพิมพ์เสร็จแล้ว ก็ยังต้องลุ้นต่ออีกว่า
หนังสือออกมาแล้วจะขายได้ไหม (อันนี้ลุ้นสุด
เนื่องจากมีผลต่อความก้าวหน้าของอาชีพการงาน T_T)
งานมหกรรมหนังสือฯ คราวนี้เป็นงานใหญ่ที่ศูนย์สิริกิติ์ครั้งที่ 3 ของผมแล้วครับ
ผมชอบบรรยากาศของงานเทือกนี้ที่สุดเลย
แม้ว่าช่วงหน้างาน พวกเราชาวสำนักพิมพ์จะปางตายกันก็ตาม
แต่พอในงาน ผมจะสนุกและมีความสุขสุดยอดตลอดเวลา
(ฟังดูต่อมลูกหมากอักเสบอย่างแรงครับ)
เพราะมีหนังสือใหม่ๆ ให้เลือกดูเลือกซื้อเต็มไปหมด
มันช่างเป็นสภาพแวดล้อมในฝันของผมซะจริงๆ
Book Expo Thailand ปีนี้มาเร็วครับ
ปกติจะเป็นครึ่งเดือนหลังของตุลาคม
มาหนนี้เริ่ม 11 ไปจบ 23 (วันปิยะพอดี)
งานนี้อะบุ๊กตั้งใจจะออกหนังสือ 15 เล่ม
แต่ปรากฏว่าที่สุดแล้ว ทำไม่ทัน 1 เล่ม
ส่วนอีกเล่ม เนื่องจากยาก จุกจิก รายละเอียดเยอะ ต้นฉบับมาช้า ฯลฯ
จึงจะออกเลต ไม่ทันขายตั้งแต่วันแรก
แต่น่าจะมีขายในช่วง 7 วันสุดท้าย
ที่จริงวันนี้ก็อยากมาพรีวิวเหมือนกันนะครับ
แต่เนื่องจากแต่ละเล่มเพิ่งปิดต้นฉบับไปหมาดๆ
อาร์ตเวิร์กปกเพิ่งเสร็จไปหยกๆ
กอง บก. แต่ละคนกลายร่างเป็นศพเมือกเหลว
กายเนื้อและวิญญาณถูกแยกออกจากกันไปแล้วโดยบริบูรณ์
จึงยังไม่มีกะจิตกะใจจะเซฟรูปปกมาแปะโปรโมตใดๆ
ขอผัดเป็นวันจันทร์นะครับ
รับรองว่าชาวเอ็กซ์ทีนก็ยังจะได้เป็นอภิสิทธิ์ชน
ได้เห็นปกหนังสือใหม่ของอะบุ๊กทั้ง 13 ปกก่อนใครเพื่อนแน่นอน
(ถัดจากนั้นก็น่าจะเป็นคุณผู้อ่าน a day Bulletin ในวันศุกร์นะครับ)
วันนี้เล่าการผจญภัยคร่าวๆ ก่อนครับ
เนื่องจากอีสำนักพิมพ์อะบุ๊กนั้นมันไม่นิยมทำอะไรง่ายๆ
เนื่องจากไม่ท้าทาย ไม่เป็นที่โดนใจเด็กแนว
และประทับใจเด็กมหาวิทยาลัย อันเป็นกลุ่มเป้าหมาย
หนังสือเราแต่ละเล่มจึงต้องใช้พลังงานในการผลิตสูงมาก
(รายละเอียดจะมาเร็วๆ นี้ครับ)
นอกจากนั้น การพยายามคลอดหนังสือ 13 ปกด้วยทีมงานเพียง 5 คน (รวมผมด้วย) นั้น
ยังเป็นความพยายามที่พิสูจน์แล้วว่าอ้วกพุ่งเป็นถ้ำกระบอกเลยครับ
จึงต้องรวบรวมจอมยุทธจากหลายเหล่าหลายกองมาสมทบผนึกพลัง
เช่น ดึงตัวพิสูจน์อักษรจากกองฯ อะเดย์และแฮมเบอร์เกอร์มาอย่างอุกอาจ
ตลอดจนอาร์ตไดฯ ของแฮมเบอร์เกอร์เราก็ไปลักพาตัวมา
กระทั่งลามปามไปถึงหนังสือนอกบริษัท (แต่ซี้กัน) เช่น Happening
ก็โดนเราฉกตัวพิสูจน์อักษรมารับแจกจ๊อบโดยทั่วหน้า
ว่าแต่ทำไมใช้ Proofreader เปลื๊องเปลือง? หลายคนอาจสงสัย
เรื่องพิสูจน์อักษรนี่เป็นความหวานขมของเราชาวสำนักพิมพ์มากครับ
คนที่ทำงานกับตัวหนังสือนั้น นอกจากจะต้องทำให้ตัวหนังสือดี มีคุณค่า และสนุกแล้ว
ยังต้องระวังเรื่องความถูกต้องเป็นประเด็นสำคัญ
ยิ่งทำสำนักพิมพ์ไปนานๆ ผมยิ่งตระหนักว่า
พิสูจน์อักษรเป็นงานที่ทั้งยาก ทั้งเท่ และทั้งเทพเลยครับ
โดยเฉพาะ ถ้าคุณต้องพิสูจน์อักษรหลายเล่มในเวลาเดียวกัน
ผมยืนยันว่า ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน
ตาคุณแค่หนึ่งคู่ เอาไม่อยู่หรอกครับ
ขั้นตอนก่อนจะถึงโรงพิมพ์จะเป็นราวๆ นี้ครับ
-พอต้นฉบับ หนังสือ A มาถึงมือเรา รอบแรก บก. อ่านสแกนๆ ดูก่อนครับ
-จากนั้น บก. อาจแก้บนกระดาษ หรือถ้าต้อง rewrite เยอะ ก็แก้ในไฟล์ Word
-แล้วพรินต์ออกมา ส่งให้ผู้ช่วย บก. อ่านอีกรอบ
-ผู้ช่วย บก. อ่านพิสูจน์อักษร แก้ไขลงกระดาษ
-โรย text ลง Artwork โดยใช้โปรแกรมจัดหน้า (InDesign)
-ส่งต่อให้คนเรียงพิมพ์ แก้และเคาะบรรทัด พรินต์ artwork ออกมา
-แล้วกลับมาที่ บก. ซึ่งจะดูอีกรอบ แก้ด้วยปากกาอีกหน
อันนี้หน้าตาจะไม่ใช่ file Word แบบ A4 แนวตั้งอีกแล้ว
แต่จะเป็นขนาดและหน้าตารูปเล่มของหนังสือจริง
-แล้วส่งให้นักเขียนเจ้าของต้นฉบับอ่านเพื่อรับรู้การแก้ไขและเกลาสำนวนของ บก.
และอ่านอีกรอบเพื่อตัดต่อเพิ่มเติมต้นฉบับของตัวเอง
-แล้วส่งกลับมาที่ผู้ช่วย บก. ซึ่งก็จะอ่านอีก แก้อีก
-แล้วส่งให้คนเคาะเรียงพิมพ์แก้อีก
-แล้วส่งกลับมา Final edit ที่ บก. ซึ่งก็จะเจอคำผิดอยู่อีก แล้วแก้อีก
-ส่งกลับไปที่ผู้ช่วย บก. ซึ่งก็จะยังเจอคำผิดอีก แก้อีก
-กลับมา Super final edit ที่ บก. และหนนี้คือ หวังว่าจะไม่เจอที่ผิดอีกแล้ว
-ส่งทำเพลต ร้านเพลตยิงอาร์ตเวิร์กต้นฉบับออกมาเป็นฟิล์ม ส่งกลับสำนักพิมพ์
-บก. และ ผู้ช่วย บก. ช่วยกันดูฟิล์ม ซึ่ง อีเห็ด! ยังเจอคำผิดอยู่อีก! พ่อมึงตายยย! -*-
-แก้ไฟล์หน้าที่มีคำผิด แล้วส่งกลับร้านเพลต
-ร้านเพลตถึงจะเอาฟิล์มไปยิงเพลต แล้วส่งเข้าโรงพิมพ์
...นี่คือหนังสือ A เล่มเดียวนะครับ
...เอ๊ะบอกหรือยังนะครับว่า ในความเป็นจริงเราทำพร้อมกัน 10 เล่มครับ
(ออกไปแล้วก่้อนหน้านี้ช่วงปลายเดือนกันยายน 3 เล่ม เลยเหลือแค่ 10)
ขั้นตอนการผลิตหนังสือ 1 เล่มเราใช้คนอ่านต้นฉบับประมาณ 4 คน
(1.บก., 2.ผู้ช่วย บก., 3.พิสูจน์อักษร และ/หรือ กอง บก. ผู้เคาะเรียงพิมพ์
และ 4.นักเขียนเจ้าของต้นฉบับ)
รวมการอ่านทั้งหมดประมาณ 10-12 ครั้ง ต่อหนังสือ 1 เล่ม ด้วยลูกกะตา 8 ลูก
ก่อนจะส่งเข้าโรงพิมพ์
กระนั้น ก็ยังมีที่ผิดอยู่
เหตุผล ผมไม่เชื่อว่าเพราะคนอ่านพิสูจน์ฯ ไม่มีประสิทธิภาพหรอกนะ
แต่เป็นเพราะมันตาลายครับ
มาใหม่ๆ ผมนึกว่าตัวเองแม่นและเก่งแล้วนะ เช่น
เขาส่งต้นฉบับซึ่งผ่านการพิสูจน์อักษรแล้วมาให้ปรู๊ฟ
เฮ้ย เราเจออีกเยอะมากเลย รู้สึกผยองว่ากูตาดี
แต่ปรากฏ ส่งกลับไปที่ผู้ช่วยฯ น้องโบยังเจออีก! แก้ไป
ส่งไปให้พี่โหน่งอ่าน พี่โหน่งเจออีก! แก้มา
ส่งกลับมาที่ผม ผมเจออีก! แก้ไปแก้มา
ฯลฯ เป็นลูปที่น่าสะพรึง
จึงได้ข้อสรุปว่า ถ้าจะให้ไม่หลุดเลย มันต้องเพิ่มคนช่วยอ่านอีก
และให้แต่ละคนลดจำนวนเที่ยวในการอ่านต่อหนึ่งเล่มของตัวเองลง
ล่าสุดผมเลยแก้ปัญหาโดยการลดจำนวนเที่ยวการอ่านของคนที่จะต้อง final (คือผม)
และเพิ่มจำนวนตาสำหรับการอ่านจับผิดอีก 1 คู่
ด้วยเหตุผลเดียวกัน นั่นคือ ตัวผมต้องการอ่านน้อยเที่ยว
เพื่อให้สายตาไม่ชินกับตัวอักษรของหนังสือเล่มนั้น
มันจะได้เห็นคำผิดง่ายขึ้น
และเพิ่มคนเข้ามาพิสูจน์อักษรในช่วงท้ายอีก 1 คน
โดยเลือกคนที่ยังไม่เคยเห็นต้นฉบับนี้มาก่อนเลย
เพื่อให้เขาเป็นสายตาคู่ที่ fresh ที่สุดในการจับผิด
มันก็จะได้เห็นคำผิดง่ายขึ้นอีกรอบด้วยเช่นกัน
ความยากมหันต์ของการพิสูจน์อักษรสำหรับผม มี 2 ข้อ
1) ชื่อเฉพาะ โอว อันนี้ต้องหาข้อมูลอย่างหนักครับ ขี้เกียจไม่ได้
เจอชื่อเฉพาะอะไรก็ตามต้องวงสงสัยไว้ก่อน
ชื่อคน ชื่อสถานที่ ชื่อหนัง ชื่อเพลง ชื่อถนน
ชื่อยี่ห้อ ชื่อองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ฯลฯ
เพราะถ้าผิด ไหนจะดูโง่ ไหนจะโดนด่า สองเด้ง
2) คำที่ไม่ได้สะกดผิด แต่ผิด ไอ้ยังงี้บางทีอ่านแล้วไม่เห็นนะครับ
เช่น วันก่อนมีคุณผู้อ่านชื่อ เปเป้จัง อ่านหนังสือ 'หน่อไม้' แล้วช่วยจับผิดเข้ามา
ประโยคคือ ".....เช็กชื่อ......" ประมาณว่า เช็กชื่อก่อนออกเดินทาง อะไรสักอย่าง
แต่พิมพ์ผิด กลายเป็น ".....เช็กเชื่อ......"
ยังเงี้ยครับ ถึงจะใช้ฟังก์ชั่นตรวจคำผิดก็หาไม่เจอหรอก
เพราะนี่ไม่ใช่คำสะกดผิดซะหน่อย แต่มันมาอยู่ผิดที่
เนี่ยครับ ยังงี้แหละน่ากลัวที่สุด
เพราะอาจจะผิดออกไปโดยไม่รู้ตัวได้ง่ายมาก
เรื่องการพิสูจน์อักษรนี่ผมมีเรื่องเล่าเยอะเลย
เอาไว้วันหลังเขียนใหม่ให้อ่านกันยาวๆ นะครับ
(นี่มึงยังเขียนไม่ยาวอีกเร้อ!!!)
(หมายเหตุ แล้วลองใช้จินตนาการ repeat ขั้นตอนข้างต้นไป 13 ยกสิครับ
นั่นล่ะครับ ชีวิตของพวกผมในรอบเดือนที่ผ่านมา)
นอกจากเรื่องตัวอักษร เรายังมีงานกราฟิกและการออกแบบเยอะมาก
หนังสือล็อตนี้มี graphic fiction และ comic essay หลายเล่ม
หนังสือที่เป็น 'เรื่องโดย (คนนึง)' & 'รูปโดย (อีกคนนึง)' เป็นแนวใหม่ของอะบุ๊กครับ
ซึ่งอยากให้ลองติดตามกัน หวังว่าจะชอบนะครับ เราปั้นกันสุดฝีมือเลย
และสุดยอดของสุดยอดนั่นคือการออกแบบปก
เคยได้ยินสำนวนที่เขาบอกว่า
"เราไม่ควรตัดสินหนังสือจากปกของมัน" ไหมครับ?
(You can't/shouldn't judge a book by its cover.)
ในแง่คนอ่าน-จริงครับ บางทีหนังสือดีเนี่ยต้องอ่านก่อนถึงจะรู้ว่าดี
แต่ในแง่คนซื้อ-ไม่จริงเลยครับ! หน้าปกเนี่ยแหละ สำคัญที่สุด
งานของเรานอกจากทำหนังสือดีๆ แล้ว ต้องทำหนังสือให้ขายดีด้วย
นั่นคือต้องทำให้คน "อยากซื้อหนังสือไปอ่าน" ให้ได้
คือต้องทำให้ "อยากเป็นเจ้าของ" ครับ คือ
ต่อให้เพื่อนให้ยืืมมาอ่านจนจบ ก็ไม่พออะ
ชั้นต้องมีมันไว้ที่บ้าน ชั้นต้องมีมันเก็บไว้เป็นของชั้นเอง
ถ้าทำได้ ผมถือว่าเราประสบความสำเร็จครับ
และหน้าปกนี่แหละตัวดูดเลย อันนี้ไม่ต้องอื่นไกลครับ
ผมนี่แหละ เป็นคนซื้อหนังสือประเภทนี้อย่างแรง
บางทีเจอหนังสือที่เขียนโดยนักเขียนที่เราอยากอ่าน
แต่พอไปเจอหน้าปกเหียกๆ กระดาษห่วยๆ ดีไซน์เห่ยๆ
ผมจะทำปากเบะ หน้ามุ่ย ขากถุยในใจ แล้วเดินหนีจริงๆ!
และที่ผมเป็นเอามาก-font!
หนังสือเล่มไหนเลือกใช้ฟอนต์หน้าตาน่าเกลียด
โอกาสที่ผมจะซื้อกลับบ้านจะลดลงไปเหลือแค่ 10 เปอร์เซ็นต์จริงๆ นะครับ
อาการทางจิตเยี่ยงนี้ ผมไม่ได้เป็นอยู่คนเดียวใช่ไหม?
(หรือใช่?)
โอ๊ย ตีห้ากว่าแล้ว ผมไปนอนก่อนนะครับ
ไว้จะกลับมาเล่าเรื่องการทำหนังสือใหม่ให้ฟังอีก
ซักวันจันทร์ก็แล้วกันนะครับ
สวัสดีครับ
กว่าหนังสือจะออกมาแต่ละเล่ม ยากเย็นแสนเข็ญจริงๆครับ
ยิ่งหนังสือทำขายนี่ ผมล่ะนับถือคนสำนักพิมพ์จริงๆ
#2 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2008-10-04 06:25
ติดไว้ก่อน เดี๋ยวมาอ่านใหม่
HBD อีกทีนะครับ
สุขภาพแข็งแรงนะครับ มีแรงทำงานเยอะๆ
มีเวลาพักผ่อนเยอะๆ เช่นกันครับ
1. เห็นด้วยครับว่าหน้าปกมีผลมากต่อการซื้อหนังสือ
โดยเฉพาะในงานหนังสือที่คนไม่มีเวลาเปิดหนังสืออ่านข้างในแน่ๆ
ต้องอาศัยหน้าปกเท่านั้นแหละครับ ...แบบว่าเห็นปั๊บ โดนใจ ซื้อเลย
2. เรื่อง font นี่ผมเพิ่งมีประสบการณ์เมื่อวานเองครับ
ไปเดินคิโนะฯ เจอหนังสือ mythology ฉบับแปลภาษาไทย
อยากซื้อมากกกกกกกกกก เล่มตั้ง 300 แต่ก็จ่ายไหวนะ
แต่หน้าปกเหียกมากกกก กระดาษเหียกมากกกก
และที่เลวร้ายที่สุดคือ ใช้ font Angsana UPC เหียกมากกก
สรุป ...ไม่ซื้อครับ ... จบข่าว ...
เหมือนกินเหล้าเยอะแล้วต้องล้างคอด้วยเหล้า
เมาตัวหนังสือแล้วซดตัวหนังสือซ้ำเข้าไปอีก ฮ่าฮ่า
พี่บิ๊กเขียนซะเห็นภาพความลำบากยากเย็นเลย
หนังสืออะบุ๊กขึ้นราคาได้เต็มที่เลย คนอ่านคงเห็นใจ
ฮ่าฮ่า...
ขอให้ขายดีทั้งซุ้มครับพี่
หาเวลาพักผ่อนเยอะๆนะคะพี่ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ(ได้นอนกันมั้ยล่ะนี่ =__=)
อ้อ
สุขสันต์วันเกิดค่ะ
ขอให้มีความสุขทั้งในวันนี้และวันต่อๆไป
Linus เคยพูดไว้ว่า
"given enough eyeballs, all bugs are shallow"
ยัดคนเทสเข้าไปเยอะๆ บั๊กอะไรก็หาเจอหมดแหละ
ปัญหาตอนนี้ที่ผมเจอ คือคนเทสมันไม่พอน่ะสิ เทสเสร็จส่งโปรดักชั่น ทางโน้นเจอตีกลับ เทสใหม่ ส่งอีก ตีกลับอีก กว่าจะหลุดได้นี่
และก็เห็นด้วยเรื่องปก ถ้าปกสวยแรงดึงดูดให้ไปหยิบจับจะเพิ่มขึ้นสามเท่า
37 นี่อายุหรอคะ
#10 By *cinnamoroll on 2008-10-04 09:00
ทำงานด้วยความสุขมันดีหยั่งงี้เนอะเฮีย
ถึงอ้วกจะพุ่ง ตัวละลาย ก็สู้
ยังไงก็รักษาสุขภาพบ้างนะคะ
HBD จ้า
#11 By ยายแม่บ้าน on 2008-10-04 09:12
> เพื่อให้สายตาไม่ชินกับตัวอักษรของหนังสือเล่มนั้น
> มันจะได้เห็นคำผิดง่ายขึ้น
เป็นจริงอย่างมาก ตอนผมทำ QA เกม ก็มีปัญหานี้เหมือนกัน เพราะไม่มีคนอื่นมาช่วย proof แล้วสุดท้ายเราก็ตาลายยย มองอะไรก็ข้ามไปหมด
ป.ล. 'หน่อไม้' ยังเจอผิดอีกนะครับ วันนี้น่าจะอ่านจบ เดี๋ยวจะรวบรวมส่งปิดท้ายไปให้นะครับ
กลัวคนทำภาพประกอบองค์ไม่ยอมลงแล้ววาดรูปไม่ออก ฯลฯ
แอบสะดุ้งนิดๆ
แฮปปี้เบริธเดย์ครับ
(นึกถึงตอนตรวจคำผิดในงานส่งอาจารย์จริงๆ ทำคนเดียวตาจะหลุดเอาง่ายๆ
)#16 By TeChNiKoS[9.9796] on 2008-10-04 10:19
เรื่องพิสูจน์อักษรนี่เห็นจริงด้วยเลยครับ ขนาดตรวจแล้วหลายรอบหลายคน ก็ยังหลุดจนได้
เรื่องปกนี่สำคัญ เห็นด้วยเลยครับ เป็นคนหนึ่งที่เห็นปกสวย ๆ แล้ว จะถูกดูดให้ซื้อได้ครับ รวมถึงเรื่องอาร์ตเวิร์คอื่น ๆ ด้วยครับ
#17 By เจ้าชายน้อย on 2008-10-04 10:24
อ่านขั้นตอนการทำงานแล้วผมล่ะอึ้ง มันต้องใช้ความละเอียด+ความอดทนมากๆเลยนะครับเนี่ย
ขอให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ ไว้จะแวะไปอุดหนุนที่งานสัปดาห์หนังสือนะครับ
จะบอกว่าแค่เขียนบล็อกนะ
เขียนเสร็จมานั่งอ่าน-แก้ ซักรอบ สองรอบ
พอ publish เสร็จ ก็ไปอ่าน-แก้ อีกรอบ ตาลายๆ
นึกสภาพไม่ออกว่า ถ้าเป็นหนังสือทั้งเล่ม..
ผมคงสลบกลายเป็นเมือกตั้งแต่อ่านรอบสองอ่ะ - -"
แต่รอดูตัวอย่างวันจันทร์ก่อน
#24 By WhiteMapleS on 2008-10-04 12:37
อาชีพทำหนังสือเป็นหนึ่งในอาชีพที่ผมคิดว่า "เท่มาก" ครับ จำได้ว่า ตอนเด็กๆเคยมีความคิดอยากเป็นนักเขียน
#26 By
มาสเตอร์แชมป์ on 2008-10-04 13:17
นานๆ มาที เขียนซะยาวสะใจอีแป้นเลยฮร้าาาาาาา!!!
อ่านแล้วชอบครับพี่
ชอบชีวิตของการผลิตหนังสือแบบนี้เลย
ชอบการพิสูจน์อักษรแบบนี้เลย
ชอบการทำงานแบบร่วมกันเป็นทีมแบบนี้เลย
ชอบการออกแบบ การฟันธงเรื่องดีไซน์แบบนี้เลย
ถ้ายังมีพลังเหลือ (ได้ข่าวว่าอ้วกพุ่งไปแล้วนี่)
ก็ขอจองคิวสานต่อรออ่านอีกนะครับ
#27 By ไอ้แอนนนนน on 2008-10-04 13:23
ก่อนจะถึงมือผู้อ่าน ก็ผ่านมือ มาหลายมือเลย เอ้ย หลายตา !!!!
อ่าน..ได้ความรู้ดีมากๆๆๆเลยครับ
ปล. สุขสันต์วันเกิดนะครับ
มั่นใจว่าเราตาดี๊ดีแล้วนะ ไหงหลังๆ มันหาไม่เจอก็ไม่รู้
เหอ เหอ ....เข้าใจครับ
เรื่องพิสูจน์อักษรสร้างความเจ็บปวดทุกที
ตอนเห็นหลังจากหนังสือพิมพ์ออกเป็นเล่มแล้ว
อย่างน้อยก็ยินดีด้วยที่ไ ด้เข้าสู่กระบวนการพิมพ์แล้ว
สำหรับผม...ตอนนี้กำลังสร้างปนาฏิหาริย์เ ล็ก ๆ บางอย่าง
...เพียงลำพัง
เจอกันงานหนังสือครับ
ปล.HBD ขอให้แข็งแรงตลอดปี
#32 By นายโตโต้ หัวแตงโม on 2008-10-04 16:11
ว่าแล้วก็โดนซะ...
ปนาฏิหาริย์ = ปาฏิหาริย์
มิได้เล่นคำแต่อย่างใด
#33 By นายโตโต้ หัวแตงโม on 2008-10-04 16:12
ปวดลูกกะตาแทนค่ะ
ด้วยความยากลำบากจากการทำหนังสือทุกเล่ม
ฉะนั้น จากนี้ต่อไป ดิฉันขอสัญญาว่า..จะรักหนังสือทุกเล่ม จะดูแลอย่างดี...
#34 By กระเจียว โดดเดี่ยว on 2008-10-04 16:13
ไว้วันงาน จะอุดหนุนตอบแทนความเหนื่อยยากละกันนะครับ
#36 By Zairen_Bibliophobia on 2008-10-04 16:58
ตอนอยู่บริษัทเก่าได้ทำ in house mag เหมือนกัน
ตอนแก้คำผิดเนี่ย ตีกลับไปกลับมาอยู่นั่นละ บางทีมันก็เล็ดลอดสายตาไปเหมือนกันเพราะตามันลายยย..
แต่การทำหนังสือนี่ดีอยู่อย่างนะคะพี่บิ๊ก
มันเหมือนได้มีโอกาสได้เห็นหนังสือเป็นคนแรกอะ เหมือนแม่ผู้ให้กำเนิด..
ถ้าลูกแจ้งเกิดแล้วประสบความสำเร็จ มันก็สุดแสนจะภูมิใจ๊ ภูมิใจ
#37 By กระต่ายบนดาวโลก on 2008-10-04 17:15
"วิธีจัดการกับความฝัน คือลงมือทำให้มันเป็นจริง"
ซึ่งตอนนี้ผมมีความฝัน เพิ่งมาชัดเจนได้ไม่นอน แต่ก่อนผมค้นหาตัวเองเยอะมาก ว่าอยากเป็นนู่น อยากเป็นนี่ แต่ตอนนี้ ผมอยากเป็นนักเขียน อยากเห็นเพราะรักมันจริงๆ
ผมฃชอบอ่านหนังสือมาก
aday&abook สร้างแรงบันดาลใจให้ผม ผมไปงานหนังสือทุกปี แวะบู๊ธ abook ทุกครั้ง หอบหิ้วหนังสือสองมือหนักอึ้ง
พี่เอ๋เคยถามผมว่า "เวลาขอลายเซ็นดารากับนักเขียนนี่ความรู้สึกแบบเดียวกันไหม?"
ผมตอบว่า "ไม่หรอกพี่ ผมไม่บ้าดารา พวกเขาไมได้ให้อะไรผม แต่นักเขียนให้ความรุ้ผม ทำให้ความฝันผมชัดเจน"
ผมก็พอมีงานเขียนที่ตัวเองภูมิใจ ในบล็อกของผม อย่างน้อยก็พอขั้นฮอตโพสอยู่บ่อยครั้ง ผมภูมิใจ ตนนี้ผมเรียนจบแล้ว อยากให้พี่แวะไปดูหน่อย
เพื่อบางทีผมจะมีโอกาสเป็นนักเขียนใน สนพ.ของพี่สักครั้ง ผมต้องรวบรวมบ่มเพอะ ผลงานให้เยอะๆ ก่อน แล้วสักวัน เราต้องได้เจอกันครับ
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
#38 By ความรักสร้างฉัน on 2008-10-04 17:16
เล่าขั้นตอนที่ต้องทำแล้วผมยอมแพ้ล่ะครับ
แค่อ่านเล่มเดียวรอบเดียวก็จะแย่แล้ว
นี่ตั้งหลายรอบ จำได้หมดทุกคำแหงๆ
แล้วจะไปงานหนังสือครับ
#40 By desktop bomb on 2008-10-04 17:44
เรื่องการปรู๊ฟสิ่งที่ตัวเองอ่านไปแล้วเจอคำผิดเนี่ย
มันระดับเทพมากครับ เห็นกับตาแล้วก็ต้องยอมรับว่า
เก่งมากเลย
#41 By พอกลอน ซาเสียง on 2008-10-04 18:02
อันนี้เข้าใจเพราะเป็นบ่อย (ฮา)
"เราไม่ควรตัดสินหนังสือจากปกของมัน" <<
ใช่ครับ!! มันไม่จริงครับ!!
เปรียบดังนาตาลี เกลโบวา เอามาแต่งตัวเสี่ยวๆ ปกปิดมิดชิด หนุ่มๆ ย่อมไม่เหลียวมอง (ยิ่งเอามาคู่กับภราดร น้องยิ่งหมองคล้ำลงไปใหญ่) ถ้าเปลี่ยนมาใส่ชุดว่ายน้ำสวยๆ เดินเฉิดฉายไปมาใครๆ ก็อยากเชยชม
ดีครับที่มีทีมพิสูจน์อักษรหลายคนแบบนี้ จะได้ไม่ชินกันกับตัวหนังสือที่อ่านไปแล้ว
ผมว่าหลายๆ สำนักพิมพ์ยังให้ความสำคัญน้อยกับการพิสูจน์อักษร
#42 By Little Lamb on 2008-10-04 18:03
#43 By Little Lamb on 2008-10-04 18:04
ตอนนี้ก็กำลังทำงานกลุ่มที่คล้าย ๆ กับของพี่อยู่ คือเป็นคนทวงงาน+รวมเล่มโดจิน รู้เลยค่ะว่าทำไมพวกบก.ถึงได้ดูโหดกว่าปกติเวลาทวงงาน
เพราะตอนนี้ก็เป็นอยู่!!!
สุดแสนจะเหนื่อยหอบค่ะT____T
ปล.สุขสันต์วันเกิดด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขค่ะ^^
#44 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-10-04 20:15
สุขสันต์วันเกิดด้วยคน..
(อิอิ..เกิดใกล้ๆเราเลย..)
คนทำหนังสือ..สู้ๆๆๆๆ..
#45 By เจ้าหญิงน้ำแข็ง on 2008-10-04 20:38
ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ขอให้หนังสือขายดีๆคุ้มกับที่ลำบากฝ่าฟันกัน
อ๊ะ สุขสันต์วันเกิดด้วยครับ
#47 By -----ROGER----- on 2008-10-04 22:28
ขอให้มีความสุข มากๆครับ
ขอให้หนังสือขายดีๆทุกเล่มเลยพี่
เดี๋ยวจะเข้าไปเสนองานใหม่น่ะครับพี่
สุขสันต์วันเกิดครัีบ

#48 By sa_berm (125.24.200.4) on 2008-10-04 22:52
เจอตัวหนังสือเยอะท่าทางจะตาลายน่าดูจังครับพี่
ไอ้แพท..
งานเยอะ งานหนัก
ขอให้หน้าตาไม่ล้ำ 37 เกินไปนะคะ
สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้สุขมากกว่าทุกข์เสมอๆ นะคะ
#1 By moodee on 2008-10-04 05:30