ซาลารี่มัง
posted on 19 Jun 2008 01:59 by bickboon in extoon, work
* ก่อนอื่น กรุณา Reload หรือ Refresh (F5)
เพื่อรับชม Blog header ดีไซน์ใหม่ อันแสนจะงามตางามใจนะครับ *


เครดิต: การ์ตูน ไข่กวน โดย อ.โยชิโตะ อุซุย เช่นเคยครับ
ผมว่านี่เป็นการ์ตูนสี่ช่องจบหน้าตาธรรมดาที่แฝงความลึกซึ้งอย่างเหนือชั้นอีกแล้ว
ทุกวันนี้เราจะได้ยินเสียงจำนวนมากกำลังบอกสังคมและคนหนุ่มสาวว่า
เป็นพนักงานกินเงินเดือนมันจะไปเท่อะไร
มันไม่ก้าวหน้าหรอก มันไม่รวยหรอก
มันต้องทำกิจการของตัวเองสิ
มันต้องใช้เงินทำงานให้เราสิ
มันต้องโน่นนี่นั่นยังงั้นยังงี้สิ
ผมว่าบางส่วนมันก็ถูกนะ
คือการเป็นมนุษย์เงินเดือนมันไม่เหมาะหรอกสำหรับบางคน
และเขาก็คิดถูกที่ลาออกมาซะ แล้วสู้ใหม่
หาทางใหม่ให้ตัวเอง หาที่ยืนใหม่ที่คิดว่ามีความสุขกว่า
และเรื่องราวการต่อสู้ของเขาเหล่านั้นก็บันดาลใจให้อีกหลายๆ คนเดินตาม
แต่ที่น่าเศร้าก็คือ สำหรับหลายคน
การเป็นมนุษย์เงินเดือนเป็นสิ่งที่เหมาะกับเขาที่สุดแล้วในโลก
และแน่นอนว่าเมื่อเขาออกมาทำธุรกิจหรือออกมาเล่นหุ้น ฯลฯ มันก็เจ๊ง
เมื่อเจ๊ง ก็เฟล
แล้วก็มืดมน อับจน
รู้สึกเหมือนโลกนี้หมดทางเลือก
คนพวกนี้ลืมไปว่า เขายังกลับไปเดินทางสายเดิมได้
ทางสายเดิมที่เหมาะกับเขามาตั้งแต่แรก
เขาไม่ผิดที่เขาคิดลอง
และเมื่อลองแล้วไม่รุ่ง มันก็ยังไม่ผิดอยู่ดี
แต่จะผิดมากถ้าเขาคิดว่า การกลับไปทำงานกินเงินเดือนเป็นการถอยหลัง
เพราะดันไปติดกับมายาคติบางอย่าง
เช่น เป็นมนุษย์เงินเดือนมันไม่เจ๋ง,
เป็นทาสของระบบ, ทำงานให้เขา ตัวเราไม่ได้อะไร ฯลฯ
ผมว่าสำคัญที่สุดตรงนี้ต่างหาก:
คุณมีความสุขกับงานของคุณไหม, โดยไม่ต้องไปเปรียบกับงานของคนอื่น?
มันทำยากนะ ผมรู้ เพราะว่าทุกคนมีเพื่อนมีฝูงให้เปรียบเทียบ
มีลูกของเพื่อนพ่อเพื่อนแม่ที่โดนยัดเยียดมาเปรียบเทียบ
มีพี่น้อง มีญาติ หรือมีแฟนให้เปรียบเทียบ
(ผมเคยเจอกระทู้ใน pantip ห้องสีลม ที่มีึคนมาโพสต์ปรึกษาว่า
แฟนสาวทำงานดีกว่าผม เงินก็มากกว่าผม ผมควรจะรู้สึกแย่ไหม?)
แต่ผมลองคิดดูแล้ว
มันอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการทำงานอย่างมีความสุขก็ได้นะ
ไม่งั้นผมว่าไม่จบไม่สิ้นกันแน่นอน
เพราะว่าแหงล่ะ เมื่อคุณเอาการทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมง
5 วันครึ่งต่อสัปดาห์ ได้เงินเดือนเดือนละ 15,000 บาทของคุณ
ไปเปรียบเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันคนหนึ่ง
ที่วันๆ ไม่ทำอะไร นอกจากเช็กหุ้น กดโทรศัพท์ สั่งซื้อ สั่งขาย
แล้วได้เงินเดือนนึงเป็นล้านๆ
มันก็คงอดที่จะรู้สึกต้อยต่ำกว่าไม่ได้อยู่แล้ว
แต่นอกจากเงินแล้วมันยังมีปัจจัยอีกเยอะมากเลยนะ
.
.
.
ฮิโรชิเป็นยากูซ่าหนุ่ม... ไม่รู้ล่ะว่าทำไมถึงได้มาเป็น
แต่ทุกเช้าเขาจะรีบมาเปิดสำนักงาน...เอ่อ...รังยากูซ่า
แล้วแอบเอาเครื่องตอกบัตรที่ซุกซ่อนไว้ออกมาลงเวลา
วันหยุด แทนที่จะไปเดตกับแฟน
เขากลับแต่งตัวในชุดสูท ผูกเน็กไท
แล้ววิ่งเข้าไปเบียดกับซาลารี่มังและออฟฟิศเลดี้มากมายในรถไฟใต้ดิน
ใครเห็นก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่า
ทำไมเอ็งถึงไปชอบไอ้สิ่งที่คนอื่นเขาพยายามหลีกเลี่ยงและไม่มีใครอยากเป็น
อย่างการเป็น พนักงานบริษัท "ที่แสนน่าเบื่อ" อย่างนี้?
คำตอบคงไม่มีอะไร นอกจาก ...ก็กูชอบของกูอย่างนี้...

ใครจำหนังเรื่อง Sister Act ได้บ้าง
ภาคหนึ่งสนุกมากครับ แต่ภาคสองไม่ค่อยเท่าไหร่
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ภาคสองก็มีคำพูดดีๆ ที่สะกิดใจผมจนทุกวันนี้
Sister Mary Clarence (วูปี โกลด์เบิร์ก)
บอกกับเด็กสาวที่กำลังจะทิ้งความฝันในการเป็นนักร้องของเธอว่า
"If you wake up in the morning,
and you can't think anything but singing,
then you should be a singer, girl."

ทุกๆ เช้า เมื่อคุณตื่นนอนขึ้นมา
มีบ้างไหม นึกออกไหม
อะไรสักอย่างที่คุณอยากทำมันที่สุด
อยากทำทั้งวัน จนไม่อยากทำอย่างอื่นเลย?
ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณทำเป็นอาชีพอยู่แล้ว คุณโชคดีนะครับ
แต่ถ้าไม่ใช่
ลองถามตัวเองดูไหมว่า...
Why the hell am I not doing those things I like?
อะไรหรือ
ที่เป็นอุปสรรค
ทำให้คุณไม่ได้ทำ
ในสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ?


#1 By วิชัย... on 2008-06-19 02:43