ไม่ไหวแล้ว รู้สึก empty และ passionless อย่างสูง
(passionless [adj.] ไร้อารมณ์,ไม่มีความกระตือรือร้น,ไม่เกิดการสะเทือนอารมณ์
กูก็แอบสอนภาษาตลอดเวลา, ขอบคุณ longdo ครับ)
ผมไม่ได้ depressed นะ
(depressed [adj.] เศร้าสลด, หดหู่, ห่อเหี่ยว,
หมดกำลังใจ, สิ้นหวัง, ไร้ความสุข, unhappy, hopeless)
ช่วงนั้น มันผ่านไปแล้ว ไม่ได้เศร้าแล้ว
แต่ตอนนี้ joy ในชีวิตหายไปชั่วขณะ
ข้างในมัน หวิว โหวง เป็นโพรงกลวง
(ซึ่งคิดว่าคงเป็นโพรงที่ใหญ่ประมาณเพลนนารี่ฮอลล์)
อะไรที่ควรจะยินดีก็ไม่ยินดี
อะไรที่ควรจะตื่นเต้นก็ไม่ตื่นเต้น
อะไรที่ควรจะทำก็ไม่อยากทำ
ซึ่งอันหลังนี่ก่อให้เกิดทุกข์พอสมควร เนื่องจากงานเข้ามากมายทะลักทลาย
ซึ่งทุกอย่างต้องดำเนินไป ทั้งๆ ที่สิ่งที่อยากทำที่สุดในเวลานี้
คือการไปนั่งเฉยๆ ริมทะเลซักเดือนนึง
ผมคิดถึงทะเล
เมื่อก่อนไปทะเลตลอดเวลา
แต่ไปหลงเสน่ห์เชียงใหม่อยู่หลายปี
ลืมทะเลเพื่อนเก่าไปเสียสนิท
เพื่อนเก่าแสนดี ที่คอยปลอบให้ผมหายเศร้า
เพื่อนเก่าที่ช่วยคลี่คลายความวุ่นวายในจิตใจได้เสมอ
ผมหมางเมินเขาไปได้ยังไงตั้งนาน
ผมจะทำยังไงดีเพื่อเรียก passion และ joy ในชีวิตกลับคืนมา?

นอกจากโรคหวิวโหวงแล้ว
อีกโรคที่เป็นคือเป็นโรคสะอิดสะเอียนความดีงามครับ
ฟังดูเหี้ยนิดหน่อย แต่มันเป็นความจริง
เวลาได้ยินผู้ใหญ่สอนให้เด็กเป็นคนดีแล้วผมจะอ้วก!
เวลาได้ยินคนพูดว่าเราต้องพยายามรักษาวัฒนธรรมดีๆ เอาไว้แล้วผมจะอ้วก!!
เวลาได้ยินในหนังพูดว่าเราต้องทำเพื่อส่วนรวมแล้วผมจะอ้วก!!!
มานั่งวิเคราะห์แล้ว ผมคงไมได้เกลียดความดีงาม per se
(per se อ่านว่า เพอร์ เซ แปลว่า ...โดยตัวของมันเอง,ในเนื้อแท้
ผมหมายความว่า ผมไม่ได้เกลียดตัวความดีงามโดยตรง
แต่คงมีปัจจัยอะไรอย่างอื่นมากกว่า ที่กำลังจะขยายต่อไป...
ฮู้ย สอนศัพท์ภาษาอังกฤษตลอดเวลา กูจะอ้วก)
แต่ผมคลื่นไส้วิธีการสอนหรือคำพูดที่ว่างเปล่าแบบสักแต่พูดมากกว่า
แบบ นักเรียนขา เด็กดีต้องเป็นยังไงคะ
อีนักเรียนแม่งก็จะท่องปาวๆๆ อย่างที่อีครูนั่นแหละเป็นคนบอกให้ท่อง
อย่างที่รู้ว่าตอบแบบนี้แล้วครูจะชม และจะเป็นที่รัก
ทั้งที่ไม่รู้ห่าอะไรเลยเกี่ยวกับความหมายของการเป็น "เด็กดี"... เป็นต้น
ของพวกนี้ ทำให้ผมสะอิดสะเอียนมากเป็นพิเศษในช่วงนี้
ราวกับผมกำลังตั้งท้องกับปีศาจร้าย
จึงทำให้ผมคลื่นเหียนทุกครั้งที่ได้กลิ่น "ความดี" ทั้งหลาย

ผมเลิกสูบบุหรี่มา 10 ปี
ระหว่างนั้นไม่เคยนึกอยากสูบเลย
ตอนเลิกผมหักดิบ เลิกปุ๊บคือเลิกปั๊บ
แม้จะนั่งอยู่ในวงที่ทุกคนสูบบุหรี่ ผมก็ไม่นึกอยากสูบ
แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา จู่ๆ ผมก็รู้สึกอยากสูบบุหรี่ขึ้นมาอย่างหนัก!
กำลังคิดว่า อาจเป็นเพราะผลพวงของโรคสะอิดสะเอียนความดีงามที่ว่ารึเปล่า
ที่ทำให้ร่างกายและจิตใจต่อต้าน
All the goodness in the world
และอยากทำสิ่งเลวทรามเพื่อประท้วง (อะไรก็ไม่รู้) ขึ้นมาซะเฉยๆ
หรือมันคือ midlife crisis ในรูปแบบหนึ่ง?
พูดถึงคำว่า midlife หลายคนจะนึกถึงอายุประมาณ 50
ซึ่งเอาเข้าจริงคนเราอยู่ถึง 100 นี่ไม่มากนะ
ซัก 70-80 ก็ตายกันแล้ว
และถ้าคนเราจะตายซัก (อะ เฉลี่ยๆ) 75
ครึ่งชีวิตก็จะอยู่ที่ 37.5 ปีนี่เอง
ครึ่งชีวิตของผมอยู่ห่างออกไปอีกแค่ประมาณ 1 ปี 9 เดือนเท่านั้น
ผมเป็นผู้ชายที่ไม่แยแสกับอายุเท่าไหร่
ใครถามอายุ ผมก็บอก ไม่เคยโกหก ไม่รู้สึกนึกอาย
ช่วงผ่านวัย 30 ผมก็เฉยมาก
ช่วงผ่านวัย 35 ผมก็เฉยอีก
ตอนนี้ หลักไมล์เบื้องหน้าคือ 40
กำลังพยากรณ์ความรู้สึกของตัวเองอยู่ว่า
เมื่อถึงเวลานั้น ผมจะสติแตกเหมือนที่คนอื่นเขาเป็นตอนผ่าน 30 กันไหม?
หนังสือที่ผมเคยแปลเอาไว้ 'Turning 30' พูดเอาไว้ว่า
ในชีวิตเรามีมาตรวัดความสำเร็จแบบมาตรฐานอยู่ที่ 2 อย่าง
หนึ่ง หน้าที่การงาน
สอง ความรัก
ถ้าสองอย่างนี้ไปได้สวย ก็แสดงว่าชีวิตประสบความสำเร็จ
ผมกำลังนั่งนึกถึงตัวเอง........
ผมพอใจกับชีวิตของตัวเองแค่ไหน?

วันนี้ผมเพ้อเจ้อมาก
และอาการของจิตใจไม่ค่อยดี
ยังไม่เข้าร่องเข้ารอยเท่าไหร่
คิดอะไรได้ก็เขียนออกมา
ซึ่งรู้สึกว่าอย่างน้อย ก็ยังดีที่เขียน
วูบหนึ่งอยากไปหาจิตแพทย์
อยากคุยกับคนที่เขาไม่รู้จักเรา
ไม่ emotionally attached กับเรา
ไม่รักเรา ไม่เกลียดเรา
ไม่แคร์เรา ไม่ตัดสินเรา
แค่มีหน้าที่วิเคราะห์ และบอกให้เรารู้ว่าเราเป็นเหี้ยอะไร
เท่านั้นพอ
มีหมอดีๆ อยู่ที่ไหนบ้าง?

Entry ต่อไปจะไม่มีอะไรป่วยๆ แบบนี้แล้วครับ
คาดว่าน่าจะเป็นเอ็นทรี่ขายหนังสือล่ะ
หนังสือใหม่เล่มไหนจะออกในงาน a book Fair ปลายเดือนนี้
เดี๋ยวจะเอามา preview ให้อ่านกัน

ขอ update ชีวิตช่วงที่ผ่านมาของตัวเองในรูปแบบ bullet
- ไปสิงคโปร์มา บ้านเมืองสวยสะอาด แต่จืดชืด...
- เหมือนอาหารของเขา
- งาน Book Fair บ้านเราหนุกหนานอลังการกว่าที่สิงคโปร์ประมาณ 5 เท่า
- หนังที่ได้ดู: Sex and the City ชอบครับ เขียนบทดี
หลายตอนกระแทกใจมาก ทั้งๆ ที่มันไม่มีอะไรหวือหวาเลย
แต่มันเป็นธรรมชาติ และเป็นมนุษย์ไปหมด - หนังที่ได้ดู: กังฟูแพนด้า ก็ชอบครับ แต่ไม่มีอะไรเด่นเด้ง
ผมว่าเสียงของ Jack Black ช่วยไว้ได้เยอะมาก - หนังที่ได้ดู: เดอะ ฮัก ไม่ชอบครับ ทำไมมันไม่สนุกได้ขนาดนี้
อาถรรพ์สีเขียวจริงๆ - โรคเก๊าต์ที่ไม่ได้เป็นมานานกลับมาอีกครั้ง ปวดสัตว์
สาเหตุเกิดจากการละเลยไม่กินยาคุมกรดยูริก
ไอ้ยานี่ต้องกินทุกวันวันละเม็ด แต่หลังๆ ขี้เกียจ
พอไม่ได้ปวดนานก็วางใจ ลืมไปว่าเวลาปวดมันทรมานแค่ไหน
มันเลยกลับมาเตือน
อ้อ ละเลยเรื่องการคุมอาหารด้วย
พอไม่ปวดก็ลืมตัว กินสัตว์ปีกแบบไร้สติ แดกแตงกวาแบบไร้สติ
เป็นไงล่ะมึง สมน้ำหน้า
กะเผลกอยู่หลายวัน ตอนนี้หายแล้วครับ
ดีนะที่ไม่ได้เป็นตอนอยู่สิงคโปร์

เขียนพอละ (มันคือ writing therapy พอสมควรเลยนะเนี่ย)
คราวหน้าผมจะอาการดีขึ้น เป็นผู้เป็นคนขึ้นครับ สัญญา

หมายเหตุ: ขอความกรุณาอย่ามาอบอุ่นดีงามใน comment นะครับ
โรคสะอิดสะเอียนสิ่งดีๆ ในชีวิตของผมยังไม่หายไปอย่างสิ้นเชิง
เดี๋ยวผมอ้วก
มาสเตอร์แชมป์

#1 By lolay on 2008-06-16 03:09