สำเนียง

posted on 09 Apr 2008 19:23 by bickboon  in life

เที่ยงวันหนึ่งผมกำลังนั่งหงุดหงิดอยู่บนแท็กซี่
(ไม่ได้ขึ้นไปนั่งบนหลังคานะฮะ เขาต้องเรียกยังไงล่ะ ‘ใน’ แท็กซี่ เหรอ?
ผมเป็นคนไม่แม่นเรื่องบุพบทเท่าไหร่เลย ต่อ แก่ แด่ กับ ยิ่งแล้วใหญ่ ต้องแก้ไข)
รถติดมาก อากาศก็ร้อนมาก และผมก็รีบมาก
จะลงตอนนี้ก็คงหามอเตอร์ไซค์ไม่ได้อยู่ดี
ก็เลยต้องนั่งหน้าตูดอยู่อย่างยอมรับชะตากรรม

พี่คนขับเปิดวิทยุ ซึ่งทำให้บรรยากาศดีขึ้น
ปกติผมไม่ถูกจริตกับเพลงลูกทุ่ง
แต่ในสถานการณ์นี้ผมว่ามันเหมาะมาก

เพลงเฟดจบ ดีเจสาวเริ่มเจรจา
ผมว่าเธอมีเสียงน่าฟัง แต่มีสำเนียงที่น่ารำคาญ
ทำไมต้องปรุงแต่งและดัดจริตให้ดูมีสไตล์ขนาดนั้น
ซึ่งฟังดูก็รู้ว่ามันไม่ใช่ของจริงของเธอเลย
เรื่องของสไตล์นี่ผมว่ามันต้องมีของมันเองโดยธรรมชาติ
ไม่สามารถ fake กันได้นะ

ได้ยินดังนั้นผมก็แบบว่า อีนี่หุบปาก -*-
แต่นอกจากจะไม่หุบแล้ว เธอยังอ้ามากขึ้น
โดยการเรียกสายคนฟังให้มาขอเพลงกันหน้าไมค์
สายที่รออยู่เป็นผู้ชายเสียงเศร้าและเบาคนหนึ่ง
เขาขอเพลงเศร้าแต่ดังเพลงหนึ่ง
น้องดีเจสาวชวนคุยอย่างร่าเริงมากจนน่าตบ
เฮ้ย มึงฟังเสียงเขาหรือเปล่าว่าเศร้าปานนี้

สักพักเธอคงรู้ตัว
พยายามกลับลำทำคะแนนโดยการชวนคุยถึงความรักของพี่คนฟัง
ซึ่งถามคำก็ตอบไม่ถึงครึ่งคำ อ้ำอึ้ง อึกอัก
“ผมพูดไม่เก่งครับ” พี่คนฟังยังคงพูดเบาๆ

ในใจผมท่องแต่คำว่า ‘พอแล้ว… พอแล้ว…
ตัดสาย… ตัดสาย…
เข้าเพลง… เข้าเพลง… เข้าเพลงซีว้อย…’
ไม่มีซะล่ะครับ อีน้องดีเจยังคงพยายามต่อไป
ผมเข้าใจเจตนานะว่าอยากปลอบใจให้หายเศร้า
แต่ที่ไม่เข้าใจคือ เธอคิดว่าตัวเองมีอิทธิฤทธิ์มาจากไหน
ถึงจะสามารถรักษาแผลใจกันได้โดยการคุยโทรศัพท์กันเดี๋ยวเดียว

และในขณะที่ผมกำลังจะจึ๊กปากด้วยความเหลืออด
เธอก็ทำในสิ่งที่ผมคาดไม่ถึง…


เธอสลัดสำเนียงกรุงเก๋ๆ ของเธอทิ้ง

แล้วเว้าอีสานครับ!!!



โอ้ ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถึงกับเปลี่ยนสีกันเลยทีเดียว
เชื่อไหมครับว่าพี่คนฟังกลับกลายเป็นคนละคนกับตอนต้นในพริบตา
เสียงเขาเศร้าเหมือนเดิม แต่เสียงดังขึ้น
พูดด้วยก็พูดด้วย ถามไปก็ตอบกลับ

ผมคิดถึงเพื่อนรุ่นน้องของผมคนหนึ่ง
เจอกันใหม่ๆ มันพูดน้อยจนผมนึกว่ามันเป็นใบ้
แต่มารู้ทีหลังว่าที่ไม่อยากพูดกับใครเพราะอายสำเนียงถิ่นครับ
พี่คนฟังรายนี้ก็คงไม่ผิดกัน
ได้พูดออกวิทยุก็น่าตื่นเต้นพออยู่แล้ว
ไหนจะพูดสำเนียงกลางไม่ชัด ไหนจะอกหัก
แล้วยังมาเจอดีเจสำเนียงดูดีมีการศึกษาโยนมุขใส่อุตลุด
เป็นผมผมก็ใบ้แดกเหมือนกัน

ฉับพลันความเครียดในรถแท็กซี่ก็หายไปหมด
ผมนั่งยิ้มไปจนถึงจุดหมายปลายทาง
นึกรักดีเจสาวคนนั้นขึ้นมาอย่างจัง


เสียงใสๆ และสำเนียงอีสานของเธอเข้ากันได้ดีอย่างน่าชื่นใจ
มากมายกว่าสำเนียงคนกรุงเป็นไหนๆ


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile ขันน้ำ ดอกมะลิ มารดน้ำครับพี่
สวัสดีปีใหม่ครับ

#51 By puck on 2008-04-13 01:17

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
สุขสันต์นะครับพี่
ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ
ปิ๊วๆๆๆbig smile

#52 By GuGGGar on 2008-04-13 09:32

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#53 By เจ้าชายน้อย on 2008-04-13 09:35

ฮ๊า....แวะมาสาดน้ำค่า ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#54 By นางมาร eVeZaa on 2008-04-13 22:47

ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ confused smile open-mounthed smile big smile

#55 By wesong on 2008-04-14 09:36

เป็นสิ่งที่ผมเสียใจอยู่เหมือนกันนะ
เป็นคนระยองแต่พูดระยองไม่ได้
ไม่มีภาษาถิ่นติดตัวมาเล้ย

ว่าแล้วก็สาดน้ำรับสงกรานต์ซะหน่อย
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

สุขสันต์วันสงกรานต์คับconfused smile

#56 By SleepSheep on 2008-04-14 19:33

สวัสดีปีใหม่นะครับพี่big smile ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#57 By wasin on 2008-04-17 09:39

Haha my thoughts exactly but with a rather opposite situation. A Thai trying to fake farang accent on a certain english-music station.

Guess the same principle applies. Trying to much ruins everything.

#58 By kitty (124.120.157.34) on 2008-04-21 22:58

อีสานบ้านข้อย มีแต่คนดีๆ ถึงไม่รู้จักกันพอส่งภาษาก็ปานว่ารู้จักกันมาสามชาติเลยทีเดียว เนี่ยแหละที่ช้อบชอบหล่ะ

#59 By ส้มจี๊ด (203.146.150.4) on 2008-04-24 14:34

^___________^

#62 By chaiha on 2008-05-20 16:41

ประมาณว่า บ้านเดียวกัน ก็คุยกันรู้เรื่องน่ะครับ
^_____^

#63 By apple666 (Nopphasul) on 2008-05-29 11:45