เดือนแรกของปีใหม่ ไม่เลวทีเดียว
งานเยอะ ปัญหาเยอะ การตัดสินใจเยอะ
ความสนุกเยอะ ความปวดหัวเยอะ
งานวุ่นๆ เยอะๆ แบบนี้ เวลาเห็นคนขี้เกียจแล้วหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง
เวลาเราตั้งใจทำงาน และสนุกกับการทำงาน
พอได้เจอคนที่หาข้ออ้างจะไม่ทำงาน
หรือมีเงื่อนไขมากมายกว่าจะยอมทำงาน
ก็แสนจะรู้สึกห่อเหี่ยว
เจ้านายผมบอกไว้
"คนที่เขาอยากทำงานมีเยอะแยะ
คนที่ไม่อยากทำงานน่ะ จะเอาไว้ทำไม?"
จริงแฮะ........
ผมเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ
เห็นข้อแตกต่างระหว่างรถเมล์กับแท็กซี่แล้วก็เข้าใจอะไรๆ ขึ้นเยอะ
แท็กซี่สอดส่ายสายตาหาคน
อย่าไปทำท่าละล้าละลังอยู่ข้างถนนให้พี่แท็กซี่เห็นเชียว
เขาจะชะลอและเชิญชวนคุณทันที
แต่รถเมล์ไม่เหมือนกัน
รถเมล์เหมือนพยายามวิ่งหนีคน
ถ้าไม่ต้องเข้าป้ายได้จะดีใจมาก
บางสาย, ถ้าไม่ถลันเสี่ยงตายออกมาโบกประมาณกลางถนน
พี่แกก็จะไม่มีวันจอดให้
บางที, โดยไม่สนใจว่าดึกดื่นขนาดนี้ ถ้าพี่ไม่จอดรับ
ผมจะต้องรอคันต่อไปอีกนานแค่ไหน
มันไม่เหมือนกันซะทีเดียวหรอก, แต่ก็คล้ายกันอยู่
ผมเกลียดคนทำงานแบบขับรถเมล์
ประเภทถ้าไม่โบก กูไม่จอด
ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ของมึงที่จะต้องจอดป้าย และรับผู้โดยสาร
และอยากร่วมงานกับคนทำงานเหมือนขับแท็กซี่
นั่นคือคอยดูว่า มี 'ผู้ที่น่าจะอยากโดยสาร' ยืนรออยู่ตรงไหนบ้าง
จะได้เข้าไปเสนอบริการถึงที่
แต่ก็เช่นเดียวกับแท็กซี่
อยากร่วมทางกับคนทำงานประเภทนี้ ก็ต้องจ่ายแพงหน่อย
และก็เช่นเดียวกันกับรถเมล์
คนทำงานเช้าชามเย็นชาม...... ราคาถูก
คนเรามันไม่เหมือนกันจริงๆ นะครับ
บางคนคึกคักและสนุกสนานกับการทำงาน
ไม่ต้องอ้อนวอนร้องขอให้ทำ ก็ยินดีทำ และเสนอตัวทำ
บางครั้ง, ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็็นหน้าที่หรือเปล่าด้วยซ้ำ
คนเหล่านี้ตื่นเต้นกับการท้าทายความสามารถตัวเอง
พยายามสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ เสมอ เพื่อไม่ให้ตัวเองเบื่อ
บางคนรู้ตัวว่าไม่มีแต้มต่อ ก็พยายามถีบตัวเองสุดแรง
เวลาเห็นคนพวกนี้วิ่งเข้าหางานแล้วทำให้เรามีพลังงานด้านบวก
ตรงข้ามกับคนอีกประเภทหนึ่ง
ถ้าลงแรงกายแรงสมองได้น้อยที่สุดเป็นดี
เลี่ยงงานได้-เลี่ยง เลี่ยงอะไรยากๆ ได้-เลี่ยง
ขออยู่ไปเรื่อยๆ ไม่เสี่ยงอะไร ไม่เหนื่อยอะไร อู้ได้-อู้
เวลาคิดว่าต้องให้คนเหล่านี้ช่วยอะไรซักอย่าง
ก็แสนจะเหนื่อยใจและลำบากใจ
ไม่รู้จะต้องอ้อนวอนอีท่าไหนถึงจะได้ความช่วยเหลือของพวกเขามา
เวลาเห็นคนพวกนี้เดินหนีงานแล้วทำให้พลังในการทำงานของเราตกต่ำ
ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นคนขยันนะ
โดยธรรมชาติน่ะผมขี้เกียจจะตาย
แต่ผมพบว่า เวลาเจออะไรที่ชอบ ผมขยันมากเลย
ในโลกนี้มีกิจกรรมที่ผมขี้เกียจกับมันเป็นพันๆ สิ่งอย่าง
แต่ผมว่าผมคงโชคดี
ที่ผมพบว่า ที่สุดแล้ว
กิจกรรมหรืองานอะไร ที่ทำให้ผมขยันได้
และผมก็ตัดสินใจอยู่กับมัน
ผมแค่คิดว่า คนขี้เกียจทั้งหลายครับ
คุณน่าจะลองคิดดูดีๆ ว่าตัวเองชอบอะไร แล้วไปทำอย่างที่ชอบซะ
คุณอาจเหมือนผม คือกลายเป็นคนขยันขึ้นมาได้
ดีกว่าจมจ่อมยอมเป็นไอ้ขี้เกียจอยู่กับงานที่ตัวเองไม่ได้ชอบ-รึเปล่า?
สิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุด คือเมื่อผมคาดหวังกับอะไรในการทำงาน
แล้วได้รับคำปรามว่า "อย่าไปคาดหวังอะไรมากเลย"
ผมเข้าใจว่า คนพูดปรามเขาหวังดี ไม่อยากให้เราผิดหวัง
เพราะในการทำงาน หลายอย่างมันมีข้อจำกัด
เช่น งบมันมาแค่นี้ แรงคนมันมีเท่านี้ ความสามารถคนมันมีเท่านี้
ผมทำงานมาประมาณ 15 ปี
ผมเจอ 'อุปสรรค' มาหลายรูปแบบ
เชื่อผมสิ
อุปสรรคที่เหี้ยสุด
และนำไปสู่ความฉิบหายได้มากสุด
คืออุปสรรคที่เกิดจากตัวเองทั้งนั้น
ไม่ใช่ปัจจัยภายนอกจากอะไร หรือใครอื่นเลยทั้งสิ้น
นั่นคือความคิดที่ว่า
เฮ้ย เล็กๆ แบบเราก็ทำได้เท่านี้แหละ อย่าไปริทำอะไรใหญ่มากเลย
เฮ้ย คนเรามีไม่กี่คนเท่านี้ จะไปทำอะไรได้มากกว่าที่เคยทำล่ะ อย่าไปดิ้นรนเลย
เฮ้ย ความสามารถมันมีเท่านี้แหละ อย่าไปหวังให้มันทำอะไรหวือหวาไปกว่านี้เลย
ไอ้ความคิดพวกนี้แหละ ตัวถ่วงความเจริญอย่างดีที่สุด
ซึ่ง, อีกครั้ง, ผมเกลียด
ผมเกลียดความคิดที่ว่า "มันได้เท่านี้แหละ" มากที่สุดครับ
มันแสดงถึงการยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลอง
มันไม่สนุกเลย
และ, ก็ใช่นะ, ลองแล้ว เราอาจจะทำไม่ได้จริงๆ
แต่แล้วยังไงล่ะ
จะไม่ลองเหรอ?
แล้วถ้าครั้งนี้มันไม่ได้
มันจะไม่ได้ไปซะทุกครั้งเลยเหรอ?
ยอมแพ้แค่นี้จริงๆ เหรอ?
คือถ้าเอาแต่คิดแบบนี้
ก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี
ผมแค่อยากจะบอกว่า
ผมโชคดีที่ได้ร่วมงานกับคนน่าทึ่งมากมาย
คนที่พยายาม
คนที่ขยัน
คนที่ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ
คนที่มีทัศนคติที่ดีกับการทำงาน
คนที่รักงานที่ตัวเองทำอย่างแท้จริง
คนที่ try to do a good job ไม่ใช่แค่ try to make good money
คนที่ 'ฉลาด' พอจะสามารถอยู่กับงานที่ตัวเองทำอย่างสนุกสนานได้อยู่เรื่อยๆ
การได้พบเจอกับคนเหล่านี้
ช่างเป็นมงคลกับชีวิตเสียจริงๆ
และงานที่ทำให้ได้เจอกับคนดีๆ เหล่านี้
ไม่เรียกมันว่า 'งานมงคล'
ก็ไม่รู้จะเรียกอะไร...
และอะไรที่มัน 'ไม่เป็นมงคลกับชีวิต' น่ะ
ถ้าไม่สามารถหาวิธีนำมันออกไปจากชีวิตเราซะ
ก็ควรจะอยู่ห่างมันเอาไว้-ให้มากที่สุด

#1 By จิปาถะ on 2008-01-31 01:34