ชม

posted on 13 Nov 2007 02:30 by bickboon  in a-an-the, e, work

a an the [article] (เอ-แอน-เดอะ)
ภาษาอังกฤษเอาไว้ใช้ ไม่ได้เอาไว้สอบ

บิ๊กบุญ bickboon แอท จีเมล ดอท com > เรื่อง


ชม / Compliment

1. เคยเจอมนุษย์โลกมืดไหมครับ?
คนพวกนี้สงสัยตกฟากเอาตอนคืนข้างแรมใต้ถุนตึก เกิดมามองไม่เห็นแสงสว่าง จึงปักใจว่าโลกนี้มืดมนหม่นหมอง เลยชอบมองอะไรดำๆ ดาร์คๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
คนเหล่านี้คือพวกที่จะไม่มีวันมองเห็นข้อดีในสิ่งใดได้ โดยไม่คิดว่านั่นคือความผิดปกติของธรรมชาติ ไม่สามารถชื่นชมความงามของทุ่งดอกไม้พันดอกได้ เพราะมัวขัดใจกับดอกเดียวที่แห้งเหี่ยวใบลู่เฉา คนพวกนี้ควรไปสมัครเป็น QC ตรวจสอบคุณภาพตามโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อจับสินค้ามีตำหนิโดยเฉพาะ เพราะพวกเขาช่างมีสายตาที่เหมาะกับการควานหาความบกพร่องเป็นอย่างยิ่ง
แต่ถ้าเอานิสัยแบบนี้มาใช้กับเพื่อนมนุษย์ ผมว่ามนุษย์ผู้นั้นจะไม่มีเพื่อนเอาง่ายๆ นะ ด้วยความที่มันช่างติเหลือเกิน ดังเช่นเพื่อนที่ผมเลิกคบไปแล้วคนหนึ่ง ไม่เคยเอ่ยชมอะไรใครให้ตายห่า วันๆ มีแต่อ้าปากด่าเขา ตำหนิเขา จับผิดเขา ขุดคุ้ยข้อเสียของเขา
ครั้งหนึ่งเพื่อนสนิทผมจัดปาร์ตี้ทำกับข้าวโชว์ฝีมือเลี้ยงเพื่อนฝูง ซึ่งอร่อยมาก แขกเหรื่อชมไม่ขาดปาก ไอ้นี่เงียบกริบครับ เจ้าของงานแอบมากระซิบถามว่าบักบึ้งนี่เป็นอะไรถึงได้หน้าหงิกแท้ ไม่ชอบอาหารหรือไง ไม่เห็นพูดอะไรสักคำ ผมต้องบอกว่า “Just... take it as a compliment!” สำหรับไอ้นี่ ลงมันไม่ด่าก็ถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน
และทันใดนั้น...
“อืมม” บักโลกมืดเคี้ยวเพลิน เผลอคราง พลางตักอีกคำใส่ปาก ผมรีบหันไปอธิบายต่อ
“Coming from him, it’a a high praise...”
ไอ้ “อืมม” ของมันน่ะ ถือเป็นคำชมอันสูงสุดแล้วเชียวนะจะบอกให้!

...............


2. สมัยยังจัดรายการวิทยุ จำได้ว่าเคยมีดีเจฝึกหัดคนหนึ่งยกมือถามพี่ฉอดเจ้านายเก่าผมว่า “พี่ฉอดรู้สึกอย่างไรกับดีเจสมัยนี้ ที่ชอบชมชอบเชียร์ศิลปินของค่ายตัวเองอย่างออกหน้าออกตา?” พี่ฉอดตอบไว้ดีมากครับ ทุกวันนี้ผมยังจำได้อยู่เลย พี่เขาบอกว่า “ระหว่างเปิดเพลงแล้วชมกับเปิดเพลงแล้วด่า พี่อยากให้ดีเจของพี่เป็นแบบแรกมากกว่านะ ดีเจปากจัดชอบด่าเพลงพี่ว่าไม่มีประโยชน์เลย หนึ่ง คุณไม่มีหน้าที่ด่า เพราะคุณเป็นสื่อ คุณไม่ใช่นักวิจารณ์ สอง สิ่งที่คุณด่า คืองานที่คนอื่นเขาตั้งใจทำ เพียงแต่ไม่ถูกใจคุณเท่านั้น แต่คำชมเป็นพลังบวก อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจในการทำงานของศิลปิน เพราะฉะนั้น ถ้าคุณคิดว่าเพลงมันดีจริงๆ และคุณชอบเพลงนั้นจริงๆ จนรู้สึกอยากชมก็ชมออกมาเถอะค่ะ เพราะทุกวันนี้ พี่ว่าการพูดสิ่งดีๆ ให้แก่กัน มันหายากเข้าไปทุกทีแล้ว”

...............


3. มาร์ค ทเทวน นักเขียนชาวอเมริกันผู้โด่งดังเคยเขียนเอาไว้ว่า วิธีประจบให้นักเขียนสักคนเหลิงจนตัวลอยนั้นไม่ยาก
ถ้าคุณอยากให้เขาชอบคุณ จงบอกว่า “ฉันเคยอ่านหนังสือของคุณ”
ถ้าคุณอยากให้เขารักคุณ จงบอกว่า “ฉันอ่านหนังสือที่คุณเขียนมาแล้วทุกเล่ม”
แต่ถ้าอยากให้เขาถึงกับกระโดดจูบคุณ ก็จงถามเขาว่า
“จะกรุณาให้ฉันมีบุญได้แอบอ่านต้นฉบับหนังสือเล่มต่อไปของคุณได้ไหม”

...............

แต่สำหรับนักเขียนต๊อกต๋อยอย่างผม เอาแค่ชอบกันรักกันก็เห็นจะพอนะครับ
จะให้ผมกระโดดจูบล่ะก็ ยากหน่อย
เพราะต้นฉบับคอลัมน์ของเล่มต่อไป ผมยังไม่ได้เริ่มเขียนเลย...



Short takes

o จนถึงทุกวันนี้ ผมยังอ่านคำว่า ‘Praise’ (เพรส) ที่แปลว่า ‘สรรเสริญเยินยอ’ สลับกับคำว่า ‘Priest’ (พรีสท์) ที่แปลว่า ‘นักบวช’ อยู่เรื่อยเลย

o ที่จริง praise น่าจะแปลว่า ‘สรรเสริญ’ เฉยๆ หรอกครับ เพราะคำว่า ‘เยินยอ’ ในภาษาอังกฤษน่าจะใช้คำว่า flatter ที่แปลอังกฤษเป็นอังกฤษได้ว่า ‘excessive or insincere praise’ หรือ คำชมเว่อร์ๆ ที่ไม่จริงใจ เช่น โอ้โห คุณยายครับ วันนี้ดูปิ๊งอย่างกับเด็กสาวรุ่นๆ อายุ 22... ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไอ้หลานเวรนี่ตอแหลหวังมรดกแหงแซะ

o เมื่อมีคนมาหลับหูหลับตา flatter ใส่คุณ จงพูดตอกหน้ามันกลับไปโดยใช้สำนวนเท่ๆ ว่า “Flattery will get you nowhere.” ยอไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาร้อกพรรคพวก

o Good! Great! Excellent! ใช้ได้ในการแสดงความชื่นชมแทบทุกกรณีในโลก เพลงเพราะ ก็ Good! ได้ อาหารอร่อย ก็ Good! ได้ ใครทำอะไรเก่ง ก็ Good! ได้ เห็นไหม มีประโยชน์

o Nice work! Good job! Great job! ท่องไว้ให้ติดปาก

o ผมชอบประโยค “That’s so sweet.” มากเลยครับ มันไม่ได้แปลว่า “หวานแหววจัง” อย่างที่หลายคนเข้าใจหรอกนะ แต่มันเป็นคำชื่นชมเมื่อเห็นใครมีพฤติกรรม ‘น่ารัก’ (ที่ไม่ได้แปลว่าแอ๊บแบ๊ว) เช่น พูดจาให้กำลังใจเรา มีน้ำใจคอยหยิบจับช่วยเหลืออะไรให้เรา เสียสละอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้เรา ใช้ประโยคนี้แล้วตามด้วย “Thank you” นะครับ

o ถ้าเบื่อคำว่า Congratulations! ลองใช้คำว่า Kudos! (คู-โดส!) ที่ความหมายคล้ายกัน นั่นคือ “ยินดีด้วยนะ นายทำสำเร็จแล้ว เก่งจังเลย”

o Awesome! (ออวซั่ม) เป็นคำสแลงแปลว่า ดีเลิศ เจ๋งเป้ง ที่ว่าแสลงก็เนื่องจากโดยดั้งเดิมแล้ว คำๆ นี้มีความหมายลบอย่างแรง คือแปลว่า น่าสะพรึงกลัว น่าสะเทือนขวัญ น่าหวาดเสียว มันเป็นงั้นไปได้ไง? เป็นไปได้ซีครับ อย่างในภาษาของเราก็มีนะ เช่น เวลาเราพูดว่า “ไอ้นี่มัน ร้าย จริงๆ” ก็ไม่ได้แปลว่าร้ายกาจซะหน่อย แต่แปลว่าเก่งกาจต่างหาก ไม่ได้ด่าครับ ชม

o อีกหนึ่งสแลงที่กลายพันธุ์จากคำชั่วเป็นคำชมก็คือ Wicked (วิคขิด) จากคำแปลแต่เดิมซึ่งคือ ‘ชั่วร้าย’ ต่อมาถูกนำมาใช้ในความหมายว่า ‘ร้าย แต่เท่’ เช่น wicked smile (นึกถึงรอยยิ้มของพระเอกแนว ‘หล่อเลว’ ทั้งหลาย) หรือ wicked sense of humor (อารมณ์ขันอันร้ายกาจ) จนในที่สุดก็กลายเป็นคำชมที่มีความหมายเทียบเท่าคำว่า Excellent! ไปซะยังงั้น (เช่นเมื่อได้ยลโฉม Wii วิดีโอเกมใหม่เอี่ยมสุดล้ำของเพื่อน คุณก็อุทานออกมาอย่างทึ่งว่า “Wicked!” อูย ไม่ไหวแล้ว เจ๋งเหี้ยๆ! <-- ไอ้ 'เหี้ยๆ' นี่ก็กลายเป็น adverb ที่สามารถเอามาขยายในแง่บวกได้หน้าตาเฉยนะครับ)

o “The food was great! My compliments to the chef!” (หรือ “Hats off to the chef!” ก็ได้เช่นกัน) ท่องไว้ชมเชยเวลาอาหารอร่อย โดยฝากบ๋อยไปบอกพ่อครัวว่าเราปลื้มนะครับ

o ในภาษาอังกฤษนั้น สำนวนในการชมใครๆ เราใช้ว่า pay someone a compliment แต่ในขณะเดียวกัน คำว่า compliment นี้ก็แปลว่า “ฟรี” ได้ด้วย เช่น ผู้จัดการร้านอาหารเดินมาวางเครื่องดื่มสีสวยบนโต๊ะ “Here’s the new cocktail we’d like you to try, with our compliments” ก็จงรู้ไว้ว่า เขาเอาเครื่องดื่มสูตรใหม่มาให้ลองชิมฟรีๆ ไม่มีการต้อง pay ใดๆ ครับ

o คำชมเป็นของฟรีที่มีค่ามากที่สุดอย่างหนึ่งในโลกนี้ ถ้าเราแจกจ่ายมันออกไปอย่างจริงใจ... 


ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร a day ฉบับที่ 84, ปก บอยด์-ป๊อด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบข้อสองจังครับ

คำพูดในแง่บวกมันช่วยส่งเสริมกำลังใจให้กับคนที่ทำมากๆครับ และการวิจารณ์ที่เจ้าตัวไม่ได้ต้องการ มันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรมากไปกว่าพูดระบายอารมณ์

พูดสิ่งดีๆกับคนรอบข้างแล้วโลกก็น่าอยู่ขึ้นเยอะเลย big smile

#1 By PERFECT WEDNESDAY on 2007-11-13 04:36

open-mounthed smile ฮาดีค่ะ
555

#3 By เกรียนเทพ (202.5.87.155) on 2007-11-13 06:57

Well done!
บทความแบบนี้ น่าอ่านดีนะคะ
แต่เห็นด้วยกับบางคนที่เกิดมาเพื่อ "ด่า"
ชมคนไม่เป็น มีเยอะค่ะ big smile
แถมน้ำใจเข้าไปอีกอย่างก็เจ๋งเลยนะครับ

ให้กันง่าย ๆ

#5 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-13 07:58

น่าเบื่อเหมือนกันนะครับ
ทำอะไรก็มีแต่ติ ไม่เคยมีดีซักอย่าง
คนพรรค์นี้ผมขี้เกียจยุ่งอะ เสียความตั้งใจชะมัด

#6 By dionysos.exe on 2007-11-13 08:00

confused smile Good!!

#7 By วอร์ (124.157.225.90) on 2007-11-13 08:39

Superb ka! (flatter)
For real ... love, love, love your writing ka, p'Big ^^

#8 By B a b o O on 2007-11-13 08:54

อืมมมม..
เดี๋ยวจะกลายเป็นคำฮิตไปนะเฮีย..อิอิ
มาชมแบบจริงใจค่ะconfused smile

#9 By ยายแม่บ้าน on 2007-11-13 09:08

มารับความรู้ค่ะ ขอบคุณคะ

ตอนเริ่มอ่านนิยายภาษาอังกฤษใหม่ๆ ยังงงๆเลยว่า ทำไมใช้คำว่า awesome กันบ่อยๆด้วย

เดี๋ยวนี้ใช้บ่อยซะdouble wink

#10 By tapum on 2007-11-13 09:12

เป็นประโยชน์ดีค่ะ อ่านหนุกอีก

wicked!!

#11 By KusaYoshi on 2007-11-13 09:21

Kudos!
คำนี้เจ๋งดีครับ ไม่เคยได้ยินเลย
..เอ...หรือเคยได้ยินแล้วผมไม่รู้เรื่องหว่าsad smile

เอาไปใช้มั่งดีกว่าbig smile

#12 By GuGGGar on 2007-11-13 09:38

โหท่าน เก่งภาษามาก ๆ
ชอบครับคำอธิบาย
เจ๋งเหี้ยๆ อิอิ

#13 By Wisor on 2007-11-13 09:41

ถ้ามีกลยุทธ์ในการชมได้เป็นชุด ๆ แบบตัวอย่างข้างบนนี้
สุดท้ายคุณบิ๊กอาจเป็นฝ่ายถูกกระโดดจูบใส่เองก็ได้

ระวังแก้มไว้ให้ดีละกัน หุหุ open-mounthed smile

#14 By oatato on 2007-11-13 09:55

Kudos!

#15 By ฟิวส์ on 2007-11-13 09:58

เจอประเด็นเรื่องโลกมืด นี่ตรงใจมากค่ะ ไม่ได้ตรงกับใคร แต่ตรงกับตัวเอง....
ตอนนี้กำลังอยู่ในวังวนของความเหงา มองอยู่แค่ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาอยู่ดอกเดียว....น่าเศร้า...

ทั้งๆ ที่มีอีกเป็นพันดอกให้ชื่นชม
ขอให้หลุดไปจากวังวนนี้สักที

#16 By SnowShoe =^-^= on 2007-11-13 10:08

อ่านแล้สนุกดีครับ บางคำผมยังไม่รู้จักเลยแหะ -_-"

#17 By Yashima on 2007-11-13 10:17

ได้ทั้งภาษาอังกฤษ
ได้ทั้งแนวคิดแง่บวก
Wicked!

#18 By undenty on 2007-11-13 10:58

Awesome! หลายคนชอบคิดว่าพูดติเตียนในแง่ลบ จะสร้างแรงผลักดันในการทำงานได้มากกว่าการชม แต่ผมว่ายิ่งติยิ่งด่ามากๆ มันน่ารำคาญพาลให้ใส่ความไม่พอใจลงไปในงานมากกว่านะ

การชมน่าจะดีกว่านะครับ ฟังแล้วดูมีกำลังใจทำงานดี แต่ถ้ามากไปจะเหลิงเอา

เด็กยิ่งตียิ่งดื้อนะcry
confused smile โฮ้...ได้ความรู้ๆconfused smile

#20 By (^_^)/nana on 2007-11-13 11:10

ความรู้เต็มเปี่ยมเลยครับ... ดีจังเลยได้เก็บอะไรไปใช้ได้อีกเยอะทีเดียวเชียวครับconfused smile

#21 By ปอนปอน on 2007-11-13 11:31

Kudos ! คำนี้เห็นแล้วนึกถึงอาดิโอสอะไรแบบนั้นเลยอะค่ะ หุหุ ความรู้ใหม่ๆ :D

#22 By 3MPT11* {GLASSESGIRL} on 2007-11-13 11:52

Praise เนี่ย ผมอ่านผิดว่า ไพรสซ์บ่อยมากๆ - -;; จนเมื่อกี๊ เสียงอ่านในใจก็ผิด

#23 By gsawa on 2007-11-13 11:54

That’s so sweet

Thank you

double wink

หนึ่งคำจำไปใช้

ภาษาอังกฤษมีไว้ใช้ ไม่ได้มีไว้สอบ

ชอบๆ big smile
big smile 555

#25 By chichi on 2007-11-13 13:11

แล้ว Superb! นี่มีที่มายังไงเหรอครับ

เรื่องคำชม ผมเห็นด้วยครับ จะติ จะว่า ก็ขอแบบสร้างสรรค์ครับ

#26 By AkE on 2007-11-13 13:15

"คำชมเป็นของฟรีที่มีค่ามากที่สุดอย่างหนึ่งในโลกนี้ ถ้าเราแจกจ่ายมันออกไปอย่างจริงใจ... "

haha ขอบคุณนะคะ
ชอบประโยคนี้จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องจริงเสียด้วย
บางครั้งเรากังวลกับงานที่ออกมา กลัวไปต่างๆ นานา
แต่พอได้รับคำชม แม้จะน้อยนิด ก็ทำให้กำลังใจกลับมาอีกโข (จริงๆ นะ เอ้อ)


ดิฉันกดอ่าน หลายๆ เอ็นทรีย์แล้ว ชอบจัง
ขอ add ไว้หน่อยนะคะ

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#27 By tifa_redeye on 2007-11-13 15:30

ประโยชน์สุดลึกล้ำ, ชอบคำพูดพี่ฉอดจัง
surprised smile surprised smile

#28 By Bew on 2007-11-13 15:42

คำชมเป็นของแจกฟรีที่มีค่า เห็นด้วยครับ ฟังแล้วมันช่าง it's so sweet จริงๆbig smile
ถูกใจค่ะ ชอบคำพูดของพี่ฉอดมากๆ
คำชมที่ดีจริงๆค่ะ แบบว่าเห็นผลมากับตาตัวเองเลย
ไปชมคนนึงเข้า เค้าดีใจมากเลยอ่ะ เลยรู้สึกว่า การชมคนที่ทำดีเนี่ยมันก็ดีนะ
ดีกว่าเก็บความชื่นชมไว้ในใจcry

#30 By Little Little on 2007-11-13 16:14

อ่านในอะเดไปละ

#31 By The DeAtH on 2007-11-13 17:11

คำชมเป็นของฟรีที่มีค่ามากที่สุดอย่างหนึ่งในโลกนี้ ถ้าเราแจกจ่ายมันออกไปอย่างจริงใจ... <<< cry

#32 By s i n on 2007-11-13 18:21

วิคขิด !

#34 By fuxsuxlux on 2007-11-13 20:11

AWESOME!

โดยเฉพาะเรื่องที่พูดอะไรดีๆ ให้กัน
ดีจัง big smile

#35 By 【零-blUeFaKe-】 on 2007-11-13 20:15

ไม่รู้มาก่อนเลยว่า Awesome ใช้แบบนี้ได้ sad smile

#36 By Little Lamb on 2007-11-13 20:38

ขำที่อธิบายตรงนี้อะค่ะ

ไอ้ 'เหี้ยๆ' นี่ก็กลายเป็น adverb ที่สามารถเอามาขยายในแง่บวกได้หน้าตาเฉยนะครับ)

cry

#37 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2007-11-13 23:07

เห็นด้วยเลยครับ เดี๋ยวนี้คำชมเป็นสิ่งที่หาได้ยากจริง ๆ

เพิ่งเข้าใจที่มาคำศัพท์หลาย ๆ คำแฮะ โดยเฉพาะ wicked นี่หลายทีละ ^^'

#38 By PaePae on 2007-11-13 23:17

จะพยายามเอาไปใช้ให้บ่อยๆนะคะ คำชมเนี่ย big smile

#39 By sorbet* on 2007-11-13 23:35

อืม เอนทรี่นี้ดีนะครับHot!

#40 By นายฉิม on 2007-11-14 12:02

คำชมที่มีค่าที่สุด ก็คือคำชมที่มาจากใจคนชม
ฟังแล้ว ยอมทำงานถวายหัวเรยเชียว ฮ่าฮ่าbig smile
ผมก็อ่านคำว่า praise ผิดมานานแสนนานเหมือนกัน
คิดๆไปแล้วก็ทั้งอายทั้งขำแฮะ ที่เคยพูดไปความหมายเพี้ยนสุดกู่sad smile

#43 By Life Goes On on 2007-11-15 00:23

kudos! เหรอ ดี๋ยวเอาไปใช้มั่งsurprised smile ขอบคุณพี่บิ๊ก

#44 By Le (203.131.208.115) on 2007-11-15 10:12

เห็นด้วยค่ะ
คำชมเป็นของฟรีที่มีค่า
ขอเพิ่มอีกนิดว่า ต้องมาจากใจที่คำชมที่ออกไป
คนรับเข้าได้ยินแล้วสัมผัสได้ด้วยค่ะ ..

ชอบคำพูดพี่ฉอดเหมือนกันค่ะ big smile

#45 By moodee on 2007-11-15 11:26

เขียนฮาดี vote Hot! ให้พี่ครับ พี่ย่อตัวมาจูบผมได้มั้ย (เพราะผมเตี้ย)

#46 By b.rabbit on 2007-11-15 20:36

“จะกรุณาให้ฉันมีบุญได้แอบอ่านต้นฉบับหนังสือเล่มต่อไปของคุณได้ไหม” อิอิอิ

นะนะ

#47 By Pack (58.10.80.92) on 2007-11-17 10:52

คราฟฟฟ..ขอบคุณค๊าฟ ที่ยังจำกันได้แหะๆ
เมื่อวานเข้ากรุงจริงๆ แหละ
สองคนพากันเดินหลงทางในพารากอน อิอิ
พอดีจะไปดู เบวูลฟ์ 3D ...เวียนหัวได้ใจมาก แทบอวกเลยแหะๆ
ว่าแต่พี่ไมไม่เข้ามาทักกันอะคับ ผมมองไม่เห็นเลย
ไงวันหลังเจอกันตะโกนเรียกมาได้เลยนะพี่ เอิ๊กๆ

#48 By หล่อสาดดด on 2007-11-20 10:07