มีแต่เรื่อง -*-

posted on 19 May 2006 13:55 by bickboon  in extoon, life

ยากูซ่าออกมาซ่าอีกแล้วที่บล๊อกของบิ๊คบูน
วันนี้ก็เป็นเรื่องโหดเหี้ยมตามเคยนะครับ เลือดสาดมากๆ

Photobucket - Video and Image Hosting
เครดิต : การ์ตูนไข่กวน โดย อ.โยชิโตะ อุซุย

ชาวบ้านก็รับมุขซะ -_-'



ส่วนนี่ก็ ...

Photobucket - Video and Image Hosting
เครดิต : การ์ตูนไข่กวน โดย อ.โยชิโตะ อุซุย

ดันไปใส่รางวัลโบนัสไว้อีกแน่ะ -_-'
(ค่าทัวร์ไม่รู้เบิกได้ป่าวอีกต่างหาก)



วันนี้มีแต่เรื่องที่ -*- ทั้งนั้นเลย
จะบ่นบ้าและยืดยาว
ถ้าไม่ว่างจริงๆ ไม่แนะนำให้อ่านครับ

เมื่อวานไปดูหนังมา 2 เรื่องเลย ...

* ไม่มีสปอยล์ครับ *


Photobucket - Video and Image Hosting


โพไซดอนนี่ดูเพราะฆ่าเวลา ปรากฏ ดูแล้วกูอยากฆ่าผู้กำกับ -*-
โธ่ ลุงวูล์ฟแกงผู้ผมแสนจะชื่นชอบจาก Air Force One (ดูในโรงตั้ง 4 รอบแน่ะ)
ทำ Troy กับ Perfect Storm ก็ไม่เลวร้าย
แต่พอมาเรื่องนี้ แหงะ ทำไมมันสนุกน้อยขนาดนี้
ฉากที่ชอบมีแค่ ฉากเจ้าวาเลนตินตกปล่องลิฟท์ เท่านั้นเอง
โหดได้อารมณ์ดี เหอๆ อ้อ อีกฉากหนึ่งก็คือ
ฉากพระเอกพุ่งหลาวลงสู่ทะเลเำพลิง แมนดี
นอกนั้นเฉยๆ อย่างสิ้นเชิง
ฉากที่รอดูเช่น ฉากคลื่นยักษ์ ก็ดูปะติ๋วมากๆ ครับ
ในเทรลเลอร์เห็นอยู่แค่ไหน นั่นแหละ มันมีอยู่แค่นั้นจริงๆ -*-
อันนี้เสียเส้นมากๆ ครับ ...
ตัวละครก็ตื้นไปหมดทุกตัว
ทำให้ผมไม่เชื่อในความผูกพันของใครเลย
ขนาดพ่อกับลูกผมยังไม่รู้สึกเลยว่ารักกันอะไรนักหนาหรือไม่ยังไง -*-

พูดถึงเสียดาย เสียดายที่อุตส่าห์เอา Richard Dreyfuss มาเล่น
แต่เสียของมาก บทไม่เห็นจะต้องใช้ความสามารถระดับนี้เลย
แล้วไม่ทราบว่า จะให้ลุงแกเป็นเกย์ไปทำไมถ้าไม่มีประเด็นหรือ subplot ตามมา?
ไม่เห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องเลย แค่ให้ใส่ตุ้มหูเพชรที่หูซ้าย จบและ เป็นเกย์และ -*-
แถมตอนที่ ลุงแกเป็นคนสะบัดเจ้าวาเลนตินตกปล่องลิฟท์ตาย
แล้วให้มาสนิทสนมกับเอเลน่า ผมก็นึกว่าจะตามไปกระอักกระอ่วนกิลตี้กันซะหน่อย
ปรากฏเปล่้า น้องเอเลน่ากะไอ้วาเลนตินไม่ได้สนิทกัน
เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ขอแอบโดยสารขึ้นเรือเฉยๆ
... -_-
ทุกอย่างแสนจะตื้นเขินสิ้นดี -*-

ไอ้กร่างๆ ปากเสียๆ จากวงไพ่นั่นก็ไม่รู้จะใส่มาทำไม
แล้วก็ปากหมาอย่างไร้เหตุผลมาก บุคลิกกักขฬะอย่างไม่ convincing เลย
คาดว่าคงพยายามทำให้คนดูเกลียด
เวลามันตายสยอง (ซึ่งก็ไม่เห็นสยอง) จะได้สะใจกันทั่วหน้า
ซึ่งเปล่าเลย เดาได้สุดๆ แถมไม่รู้สึกอะไรอีก
ก็อย่างที่ผมบอกแหละ หนังปูคาแรกเตอร์ไว้ได้หลวมและตื้นมาก
ต่ิอให้มันตายกันยกแก๊งทั้งพระเอกนางเอกก็เฉยๆ -*-

แถมเรื่องความสัมพันธ์พ่อลูกของ Kurt Russel กับ Emily Rossum
ก็ยังซ้ำๆ กับ ความสัมพันธ์ของ Bruce Willis กับ Liv Tyler
ใน Armageddon อีกแน่ะ
แล้วพ่อก็เสือกยอมตายเพื่อให้ลูกได้อยู่กับคนรัก
โดยเฮือกสุดท้ายได้ช่วยชีวิตของทั้งแก๊งก์ไว้เหมือนกันซะอีก -*-
ดูแล้วฮั่นแน่สุดฤทธิ์ ยังกะลอกกันมา

ไปอ่านบล๊อกของแชมป์เขียนถึงเรื่องนี้ที่ tpagon.com
พูดถึงเรื่อง ความอมตะของเด็ก เออ จริงอย่างแรง
ผมล่ะก็ลุ้นอยู่วา่ เจ้าเด็กฟันเหยินนี่จะตายไหม ไม่ตายแฮะ
ไม่มีแม้แผลถลอก แต่ก็เอาน่ะ เข้าใจได้
หนังคงไม่ใจร้ายฆ่าเด็กถ้าไม่จำเป็นแน่
(แหม ให้กูเป็นคนสร้างหน่อยเถอะ)

โอย เซ็นเซอร์กันสปอยล์เยอะเหลือเกิน เปลี่ยนเรื่องดีกว่า



Photobucket - Video and Image Hosting

เรื่องนี้ผมไปดูด้วยเหตุผลเดียวกับที่ไปดูหนังแฮรี่พ๊อตเตอร์น่ะครับ
นั่นคือ ดูเพราะอ่านหนังสือแล้วชอบ ก็เลยอยากไป "เห็นภาพ" เท่านั้นเอง
ก็โอเคอยู่ครับ ชอบโซฟี สวยจัง ยิ่งเวลาพูดฝรั่งเศสยิ่งเซ็กซี่
พอล เบททานี่ก็เป็นไอ้เผือกได้ดี
แต่ตัว Silas นี่ เวอร์ชั่นหนังสู้หนังสือไม่ได้อยู่แล้ว
เพราะเวลามันจำกัด ไม่สามารถให้ความลึกของตัวละครได้
ทั้งที่สำคัญมากตัวนี้ และมีอะไรน่าสนใจเต็มเลย

ผมชอบ พอล เบททานี่ มากครับ
ชอบตั้งแต่ดู A Knight's Tale แล้ว ตอนนั้นยังไม่รู้จักเลย
แต่เรื่องนั้นบทส่งและเล่นดีมาก
แถมแก้ผ้าเป็นว่าเล่น ... มาเรื่องนี้ก็โชว์ตูดอีกแล้ว (ก้นสวยซะด้วย เหอะๆ)



ก่อนหนังเข้า มีการถกเถียงกันยกใหญ่เรื่องตัด 10 นาทีสุดท้ายไคลแมกซ์
ก็ดีแล้วที่สุดท้ายไม่ตัด เพราะมันจะทำให้หนังเสียทั้งเรื่อง
สู้ไม่ฉายไปเลยยังดีกว่า (แต่ฉายแบบไม่ตัดยังงี้ดีสุดครับ)

กรณีนี้ผมคิดว่า มันมีบทเรียนในหลายแง่มุมมากเลย
คนเราต้องเรียนรู้ที่จะรู้จักแยกแยะนะ ว่าหนังคือหนัง
หลายคนพูดว่า หนังคือบันเทิง ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ผมว่าหนังเป็นได้มากกว่านั้น
มันเป็นศิลปะครับ ซึ่งแปลว่า เปิดกว้างให้ตีความกันได้อย่างอิสระ
และคนเราจะได้เรียนรู้และ 'เปิดหูเปิดตาตัวเอง' จากการตีความ
และการตามไปศึกษานั่นเอง

ผมไม่ชอบการเซ็นเซอร์ ผมเกลียดการเซ็นเซอร์
คนเราควรมีสิทธิที่จะได้รับรู้ ได้ดู ได้เห็น
แล้วคิดด้วยตัวเองว่าอะไรดีไม่ดีสำหรับเขาบ้าง
ไม่ต้องมีคนแค่กลุ่มเดียวที่มาอวดรู้อวดฉลาดว่าคิดได้เหนือคนอื่น
แล้วมาปิดบังข้อมูลข่าวสารต่างๆ ด้วยวิธีอันมักง่าย 'ไร้สมอง' และ 'ไร้รสนิยม'
ซึ่งเป็นการทำลายศิลปะอย่างไม่น่าให้อภัย

นอกจากจะต้องทำให้ไอ้กระทรวงวัฒนธรรมปัญญาอ่อนนี่ได้รู้ว่า
พวกเขาก่อให้เกิดความเสียหายมากมายต่อสติปัญญาของคนในชาติแค่ไหนแล้ว
ยังควรต้องหาวิธีให้พวกนั้นได้ชดใช้ค่าเสียหายนั้นด้วยนะครับ
ไม่ต้องมาจ่ายเป็นเงิน มันตีค่าไม่ได้
แต่พวกนี้ต้องทำงานหนักขึ้น ในการ 'ทำการบ้าน'
เอาเงินงบประมาณของกระทรวงน่ะ มาสนับสนุนเรื่องการเรียนรู้
ส่งเสริมให้มีศิลปะหลากหลายรูปแบบที่ให้ประชาชนเข้าถึงได้
นั่นล่ะ รูปแบบหนึ่งของวัฒนธรรม
ไม่ใช่คิดได้แค่ วัฒนธรรมคือการมาใส่ชุดไทย เล่นดนตรีไทย เท่านั้น
ผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ที่ทำงานในกระทรวงนี้
ต้องมีความรู้กว้างไกลลึกซึ้งถึงความดีงามของศิลปวัฒนธรรมประจำชาติอย่างคนรุ่นเก่า
แต่หัวในการสร้างสรรค์ ทัศนวิสัย และการลงมือทำ ต้องเป็นแบบคนรุ่้นใหม่
ต้องรู้จักศิลปะของการผสมผสานวัฒนธรรมไทยและเทศ
ส่งเสริมและสนับสนุนในสิ่งที่ทำได้จริง ใช้ได้จริง
และเป็นสิ่งที่ 'ได้ใจคน' ไม่ใช่แถลงออกมาปั๊บ คนโห่ทั้งประเทศ
และไม่ใช่อะไรไม่รู้ที่แสนจะเลื่อนลอยเพ้อฝัน
คิดมาแต่ละอย่าง -*- ใครมันจะไปทำได้ในโลกยุคนี้
เต่าตุ่นจริงๆ -*-



เรื่องการจัดเรทเนี่ย พูดกันมาเป็นสิบปีแล้ว ทำกันเสียทีสิ
ใครล่ะเป็นคนที่จะดำเนินการและรับผิดชอบผลักดัน
ใคร ..
ใคร ..
ใคร ..
?


เพราะไม่งั้น ก็จะมีไอ้พวกมีปากก็พูดไปเรื่อยๆ ออกมาโวยวายให้รำคาญใจอยู่เสมอว่า
"งั้นมึงรับผิดชอบไหมล่ะ ถ้าเด็กไปดูแล้วทำอะไรเลวๆ ตามอย่างในหนังน่ะ" ไม่มีวันจบสิ้น

ผมคิดว่า เจตนาเขาดีนะครับ
เพียงแต่โง่ไปหน่อยเท่านั้นเอง คิดอะไรตื้นไปหน่อยก็เท่านั้น น่าสงสารออก

ก็ใครเขาบอกว่าอยากให้เด็กดูล่ะอีเห็ด -*-
เห็นด้วยอยู่หรอกที่ว่า บางอย่างในหนังมันก็ไม่เหมาะกับเด็กจริงๆ
แต่ 'การไม่ให้เด็กดู' มันไม่ใช่การเอามือไปปิดแล้วบอกว่า "ห้ามนะ!
ตรงนี้ดูไม่ได้นะ!!" อย่างนั้น
(แถมถ้าคนเซ็นเซอร์โง่เป็นควายขึ้นมา
คำสั่ง 'บังตูด' ก็จะกินความตั้งแต่ตูดคนยันตูดโนบิตะ
และคำสั่ง 'บังบุหรี่' ก็จะกินความตั้งแต่บุหรี่ในปากโจร
ยันกล้องยาสูบบนงานศิลปะระดับ Masterpiece)

แต่มันต้องอธิบายกับเขาว่า ทำไม หนังเรื่องนี้จึงยังไม่เหมาะกับเขา
โดยใช้ระบบจัดเรทต่างหาก

การจัดเรทดีกว่าการเซ็นเซอร์ตรงที่มันไม่ทำลายชิ้นงาน
แต่มันคือการช่วย 'แนะนำ' ให้คนดูรู้ว่า
หนังเรื่องนี้ต้องอาศัยวุฒิภาวะทางปัญญาและอารมณ์แค่ไหนในการดู
หนังบางเรื่องไม่เหมาะกับเด็ก เพราะเด็กยังไม่มีประสบการณ์พอที่จะเข้าใจ
ยังไม่มีความสามารถในการย่อยและดูดซึมสาร (message) ที่แฝงอยู่
ยังไม่สามารถแยกแยะผิดถูกชั่วดี ก็ต้องรอไปก่อน

เหมือนพยายามสอนตรีโกณฯ เด็ก ป.4
... 'มันยังไม่ถึงเวลา' ครับ ...
ระบบการจัดเรทจะช่วยดูแลตรงนี้

หนังบางเรื่อง เด็กจะได้รับประโยชน์ ถ้าได้ดูร่วมกับผู้ใหญ่
เพราะผู้ใหญ่ (ควร) จะ (สามารถ) ช่วยแนะหรือถกให้เกิดการเรียนรู้และตีความได้

ผมมองการจัดเรทภาพยนตร์ว่า
มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนดูได้รับประโยชน์และบันเทิงจากหนังได้เต็มที่นั่นเอง

ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้เข้าใจถึงสิ่งที่หนังสามารถจะทำได้
ความมหัศจรรย์ของหนังที่สามารถเป็นทั้ง learning tool ที่ยอดเยี่ยม
และเป็นทั้งศิลปะที่จะสามารถช่วยสร้างจินตนาการให้ประชาชนของประเทศได้
อันจะนำไปสู่การพัฒนาทางสติปัญญาอย่างไม่มีขีดจำกัดแล้วล่ะก็
ผมว่าเขาคงเดือดร้อนและต้องรีบจัดการอะไรลงไปแล้วล่ะ

แต่นี่เปล่า ...

มันเลยน่าเศร้าไงพี่น้อง ...

ทุกครั้งที่พูดถึงกระทรวงปัญญาอ่อนบางกระทรวงนี่ จะเหนื่อยมาก
เพราะต้องพยายามอย่างยิ่งในการสะกดอดกลั้นโทสะ
รู้สึกว่าเขาจะไม่รู้กันเลยว่า สิ่งที่เขาทำกันอยู่นั้น
มันคืิอความหายนะทางวัฒนธรรมครับ
นี่เอาแค่เรื่องหนังอย่างเดียวนะ
เอาแค่เรื่องการใช้เทคนิคห่วยๆ มาเซ็นเซอร์อะไรควายๆ นี่แหละ -*-
ยังไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องอื่นๆ ให้น่าหดหู่ใจหนักเข้าไปอีกหรอก



กลับมาที่ The Da Vinci Code
หนังเรื่องนี้ทำให้ผมสนใจศาสนาคริสต์ขึ้นมาอย่างมากมายเลย
อยากเจอผู้รู้สักคน แล้วถามเขาว่า
"เล่าให้ผมฟังหน่อยว่าศาสนาของคุณเป็นยังไง" หรือ
"เล่าเรื่องพระเยซูให้ฟังหน่อยสิ"
แต่ถ้าผมเจอคนพูดว่า "หนังสือเล่มนี้คือมารร้าย
และคนทำหนังจะโดนพระเจ้าลงโทษ" เนี่ย
ผมเลิกเลยครับ ไม่สนใจแล้ว ไม่อยากรู้ด้วยแล้ว บ๊ายบาย ลาก่อน

แทนที่จะถือโอกาสบอกเล่าและทำความเข้าใจกัน
ต่างคนก็ต่างยึดถือความเชื่อและรสนิยมตัวเองเป็นหลัก
แล้วหลับหูหลับตาด่ากันเทสาดเทเสีย
ต้องใช้คำว่า 'หลับหูหลับตา' จริงๆ นะ
คนหลายคนไม่เปิดใจแ้ม้สัก 1 มิลลิเมตรที่จะรับฟังคนอื่น
อะไรก็ตามที่ผิดไปจากสิ่งที่ตัวเองเชื่อหรือเห็นว่าดีสักนิดเดียว
จะโดนประณามและสาปส่งทันที
จบซีครับ ไม่ต้องรู้อะไรมากขึ้นหรือเข้าใจอะไรมากขึ้นกันพอดี
เพราะต่างคิดว่า "ที่ฉันรู้และมีเนี่ย ดีที่สุดแล้ว" กันทั้งนั้น

ช่างเป็นอุปสรรคยิ่งใหญ่ต่อการพัฒนาสติปัญญาอย่างยิ่ง

ทุกคนชอบตัดสินคนอื่นโดยใช้มาตรฐานของตัวเอง
แม้ผมจะต่อต้านการเซ็นเซอร์
แต่คนที่ประณามการเซ็นเซอร์เรื่องดาวินชี่โค้ดโดยให้เหตุผลว่า
"จะกลัวพระเยซูเสียหายอะไรนักหนา
เพราะสำหรับฉันแล้ว แก่นของศาสนาคือคำสอนต่างหาก
มัวไปยึดติดตัวตนอะไรกันอยู่ได้" นี่ ผมก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน
ฟังดูดี และมันก็จริงอยู่ล่ะครับ ... จริงสำหรับเรา สำหรับพุทธ สำหรับคุณ
แต่มันไม่จริงสำหรับคนอื่นไง

ผมได้อ่านข้อเขียนหลายอันที่อธิบายอย่างใจเย็นว่า
ทำไมคริสต์จำนวนมากจึงเดือดร้อนกับ The Da Vinci Code
เพราะสำหรับเขาแล้ว องค์เยซูเป็นส่วนที่สำคัญมากสำหรับศาสนาเขา
การที่เราไปตัดสินว่า 'ยึดติดอะไรตื้นเขิน' จึงไม่เป็นการยุติธรรมเลยสักนิดเดียว

เพราะคนแต่ละคนแต่ละกลุ่ม ย่อมมีทัศนคติต่อ 'สิ่งที่สำคัญ' ต่างกันไปทั้งนั้น

เมื่ออ่านอย่างเปิดใจและมีความตั้งใจที่จะ 'ทำความเข้าใจ' อย่างแท้จริงแล้ว
(แทนที่จะิอ่านอย่างคิดจับผิด หรือดูว่าตรงไหนคิดไม่เหมือนเรา จะได้ด่า)
ผมว่าผมเข้าใจชาวคริสต์มากขึ้นนะ
เข้าใจว่า อ๋อ ทำไมเขาโกรธ ทำไมเขาไม่พอใจ

ผมว่าสิ่งนี้แหละ ที่จะช่วยให้เกิดสันติภาพล่ะ
ได้ยินที่เขาพูดถึงการ 'ยอมรับและรู้จักอดทนในความแตกต่างของเพื่อนร่วมโลก'
ก็นี่ล่ะครับ กรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรมที่สุดอันหนึ่งเลย



ผมเบื่อ ... เบื่อคนโง่ที่อารมณ์ร้าย แถมปากไว ปากเสีย และเสียงดัง ... เบื่อมาก


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองไทยจะชอบเสียงดังกับเรื่องที่ตัวเองเชื่อว่าถูกครับ

และมักจะมีความเชื่อในเรื่องโง่ๆเพราะฉลาดกับเรื่องที่ตัวเองคิดว่ามีสาระ อย่างเช่นประวัติศาสตร์ เหตุบ้านการเมือง การทำมาหากิน

เรื่องศิลปะ ศาสนา ปรัชญา มักจะไม่ค่อยสนใจ
แต่ยังคิดว่าตัวเองรู้ทุกเรื่อง เข้าใจถูกทุกอย่าง

นึงมักจะไม่รู้ตัวว่า กำลังเสียดังกับเรื่องโง่ๆ

แต่พอมีใครพูดออกมาว่าผิด แล้วเถียงไม่ออก
ก็มักจะบอกว่าคนที่พูดถูก ก็ฉลาดแต่เรื่องโง่ๆ

จะว่าไงดี = =
แก้คำผิดนิด =/\=

*จึงมักจะไม่รู้ตัวว่า กำลังเสียงดังกับเรื่องโง่ๆ*
ความแตกต่างคือความงาม คนเราถ้าใจกว้างและยอมรับความแตกต่างของกันและกันได้ สันติภาพจริงๆก็จะเกิดอย่างที่คุณว่า

#3 By guning(หิ่งห้อย) on 2006-05-19 16:58

ใครคิดระบบนี้ตั้งแต่แรกเนี่ย มันน่าตื้บนัก
ชอบมุขยากูซ่าจังเลยอิอิ

#4 By *** on 2006-05-19 17:12

โซฟีสวย เห็นด้วยอย่างแรงฮะ
บทสิลาส ตื้นไปจริงๆ แต่พี่พอลเล่นได้โรคจิตได้ใจ ตอนอ่านหนังสือ ที่สิลาสตายนี่น้ำตาซึม ในหนังไหงมันเดี้ยงเอาห้วนๆ เอาซะงั้น

ชอบมุขเที่ยวออสเตรเลียฟรีจริงๆ [

#5 By *Seitan on 2006-05-19 17:16

เขียนบลอคตอบเลยดีกว่าครับ ท่าจะยาว เดี๋ยวเอาลิงค์มาลงเน้อ
ฮ่าๆๆๆ ไข่กวนข้ามขามมมม
ดูละล่ะเรื่องPoseidon ลุ้นกะมัน แทบจะลงไปเล่นเองเลย

#7 By กัสจัง on 2006-05-19 17:50

ลองคิดถึงเรื่องอย่างคนเอาธงชาติหรือพระพุทธเจ้าไปแปะตามรองเท้า ปกหนังสืออะไรทำนองนี้ดูน่ะครับ
บางทีเราก็น่าจะยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง ขณะเดียวกันเราก็น่าจะใส่ใจความรู้สึกคนอื่นบ้าง
นะครับ...

เรื่องนี้ตัดสินยาก เพราะมันเกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งแต่ละคนมีความเห็นที่แตกต่างกันไป

#8 By อั๊พ on 2006-05-19 17:52

บลอคตอบอยู่ที่นี่ครับ
http://www.tpagon.com/post/129
จริงครับ แต่ละคนก็ตีความ "สิ่งสำคัญ" ต่างกัน แล้วแต่พื้นฐาน และความเชื่อ

........
ปล. ชอบประโยคที่ว่า "เจตนาเขาดี แต่โง่ไปหน่อย" 555

#10 By PeeYong \-_-> on 2006-05-19 18:34

ยังไม่ได้ไปดูเลยเฮีย
กำลังอ่านหนังสือเก็บดีเทลอยู่อีกรอบ
ชอบจินตนาการและระบบค้นคว้าของแดน บราวน์ค่ะ แต่ก็เข้าใจชาวคริสต์
อยากรู้ว่าถ้ามีคนค้นคว้าในแง่พุทธศาสนาเค้าจะเขียนเรื่องแบบไหนจัง

#11 By ยายแม่บ้าน on 2006-05-19 19:07

เป็นคริสเตียนค่ะ
แต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือ และยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้
เลยไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรไว้ยังไง
แต่คิดว่าคงต้องดู...
จะได้อธิบายได้กับคนที่อยากรู้ข้อเท็จจริง

#12 By ปุ๊กกุจัง on 2006-05-19 19:17

ผมเบื่อมากเลย เวลามีคนปรี่เข้ามาแนะนำ/พูดถึงศาสนาอย่างนั้นอย่างนี้
ไม่อยากหักหาญน้ำใจ พูดอ้อมๆ ว่ามีธุระ พี่แกก็ยังพูดต่อ บลาๆๆๆ (สมัยที่ผมยังเป็นเด็กหอน่ะครับ)
.
กลับกัน หลังจากดูดาวินชี่โค้ดแล้ว กลับทำให้ผมอยากรู้เรื่องราวจริงๆ ของศาสนานี้มากขึ้นด้วยตัวเอง มากยิ่งกว่าคำพูดของพวกหัวเอียงขวาเสียอีกครับ

#13 By chubby on 2006-05-19 20:07

- ผมเพิ่งรู้จักชื่อพอล เบททานีตอนเล่น wimbledon น่ะครับ เคยเห็นใน beautlful mind แต่ไม่รู้จักชื่ออะ งั้นเดี๋ยวผมไปดูตูดพอลมั่งดีกว่า 555

- เห็นพี่บิ๊คพูดถึงการยัดเยียดความคิดของตัวเองให้คนอื่นกับการจัดเรทแล้วผมนึกถึงกรณีพิพาทหลุม*ตื๊ด*เมื่อปีก่อนจังเลยแฮะ จัดเรทมันเหนื่อยสมองเขามั้ง เลยเซ็นเซอร์ mang หมดเลยซะงั้น .. ผมก็เกลียดเหมือนกันครับ

- เรื่องหมิ่นศาสนาไว้ผมลองไปดูหนังแล้วตามอ่านข้อเท็จจริงก่อนถึงจะพอมีไอเดียบ้างล่ะครับว่าเขาทำให้เสื่อมเสียขนาดไหน .. แต่ใจผมก็ไม่เป็นกลางพอที่จะคอมเมนต์ได้ล่ะนะ .. คือพอได้ยินว่าชาวคริสต์ต่อต้านหนังเพราะโดนลบหลู่ทำให้ผมนึกถึงวิธีเผยแผ่ศาสนาของชาวคริสต์ -บางท่าน- ที่ผมเคยโดนตามที่ผมเล่าไว้ในเอนทรี The Da Vinci Code ฯ ของคุณ chubby น่ะครับ

- ส่วนบรรทัดสุดท้ายถ้าเจอคนแบบนี้แนะนำให้ตบจูบครับ (อารมณ์ค้างจากเอนทรีที่แล้ว )

#14 By toey on 2006-05-19 20:21

เรื่องจัดเรท เรื่องเซนเซอร์ นี่ค่อนข้างละเอียดอ่อนครับ...มาตรฐานทางจริยธรรมมันยากที่จะเท่ากัน (มันไม่ใช่รูปธรรมที่จะวัดกันได้)

แต่เรื่องการแบนหนังที่เกิดขึ้น โอ๋เองก็รู้สึกค่อนข้างหมิ่นเหม่ ไม่อยากออกความเห็นเอนเอียงไปในทางใดทางหนึ่งครับ ขอเป็นกลาง เพราะแต่ละฝ่ายก็มีเหตูมีผลกันทั้งนั้น ... อย่างว่าครับ เรื่องการเมือง+เรื่องศิลปะ+เรื่องศาสนา แม่งเป็นละเอียดอ่อนสุดๆ

#15 By โอ๋เอง / q-..-p / OHA on 2006-05-19 20:40

ไม่มีความเห็นเพิ่มเติมค่ะแต่จะบอกว่า
ชอบเนื้อหาใน blog ของพี่บิ๊ควันนี้มาก
(โดยเฉพาะเรื่องกระทรวงวัฒนธรรม)
มากจนอดที่จะบอกพี่บิ๊คไม่ได้ (เพราะปกติมาแอบอ่านเฉยๆ )

ชอบมากๆๆ (อีกที)

#16 By **Noochhh** (58.9.159.151) on 2006-05-19 20:50

ยังไม่ได้ดู...
ว่าแต่ไอ้เที่ยวออสเตรเลียฟรีๆ นั่นมัน..

#17 By Psycho Girl on 2006-05-19 21:00

ชอบการ์ตูน ขำดีครับ

เรื่องหนัง Davinci เนี่ย ... ไม่รู้สิครับ

ต่างคนต่างไม่ยอมถอย ...

แต่ผมมาคิดว่าถ้ามีคนทำหนังศาสนาพุทธเราแนวๆนี้บ้างจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แค่คิดก็ .... เฮ้ออ ....

อนึ่งกองCensor + กระทรวงวัฒนธรรม บ้านเราทำงานแย่ครับ

สักแต่ว่าตัดๆๆๆๆ ... ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ... ตูจะตัดๆๆๆ ให้เหี้ยน ... ตูจะแบนๆๆๆๆๆ

น่าอนาถใจแท้ ....

#18 By ลิงกับหมู on 2006-05-19 21:04

เมื่อมีคนตั้งคำถามเกี่ยวกับความเชื่อ
เพียงแค่เปิดกวาง และอธิบาย
ดีกว่าปิดกั้น และทำลาย

เป็นไหนๆ

#19 By ทับ หก ยาดา on 2006-05-19 21:17

ได้ใจจริงๆ.. entry นี้

อยากดูทั้งสองเรื่องนี้เลย พี่บิ๊ค
แต่เสียงส่วนใหญ่บอกว่า Poseidon ไม่หนุก
อืมมม...

หลายวันก่อน ดูทีวี..
มีนักร้องคนนึง ( เธออยู่ในวงการมาหลายปีแล้วนะ )
ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับหนังเรื่อง The Da Vinci Code ว่า...
"..ก็ภาวนาขอให้หนังเรื่องนี้ เจ๊งอ่ะค่ะ.."
เอ่อะ...คือว่า
ทำไมพูดจาแบบนั้น ???
...คนเรา

#20 By n a t * (161.200.131.237) on 2006-05-19 21:39

เรื่องแรกไม่คิดจาไปดูอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องที่สองอยากดูมากหลังจากอ่านหนังสือแล้วหลับภายใน 2 หน้าแรก หุหุ

#21 By s i n on 2006-05-19 22:11

อยากดูๆ...
ผมว่าเวลาพูดถึง "ศรัทธา" แล้วมันก็เป็นอะไรที่ไม่มีเหตุผล จะเอากฎเกณฑ์ไปจับก็ยาก
อะไรที่มันขัดศรัทธาก็จะเป็นแนวๆนี้ไปซะหมด...

#22 By เต่า on 2006-05-19 23:19

ต้องหาโอกาสไปดูบ้างซะแล้ววว

#23 By MinimarT on 2006-05-20 00:24

อ้าว ตกลงลุงนั่นแกเป็นเกย์รึ?
ดูจนจบไปอาทิตย์นึงแล้วกูยังไม่รู้เลยเนี่ย [-_-']

แหะๆ ตรีโกณฯ เค้าสอนตอนเราอยู่ม.2ว้อย ...กูว่ากูอยู่โรงเรียนเดียวกะมึงน้า
(จับผิดๆๆๆ )

#24 By แมวหลอน haunted cat on 2006-05-20 00:26

เกือบได้ไปดูเรือล่มแต่ไหวตัวทัน มีแต่เสียงด่าว่าห่วยบรมกันทั้งนั้น น่าเศร้าจริงๆ

เรื่อง Davinci Code ผมเห็นด้วยเลย .. อยากให้แต่ละคนมีวิจารณญาณของตัวเองมากกว่า เออ อาจจะขึ้นให้ว่าเป็นเรื่องแต่งนะ หรืออะไรอย่างงี้ ก็โอเคเลย (ซึ่งเขาก็ทำไปแล้ว ค่อยยังชั่ว)

ส่วนตัวหนัง ... ผมว่า Theme หนังมันคนละแบบกับในหนังสือแฮะ .. ออกแนวผิดหวังอ่ะฮะ :(

#25 By gsawa on 2006-05-20 00:33

จะว่าไป ผม ก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับใครไม่ไม่ยอมตอบคำถามเราให้ตรงคำถามเท่าไร หรือตอบแบบข้างๆขู่ๆ เหอๆ

#26 By ฟิวส์ on 2006-05-20 02:59

ยังไม่ได้อ่านเลยครับ อยากอ่านก่อนอ่ะ สงสัยได้ดู vcd แน่เลย

ส่วนลูกอีช่างเซ็นฯ นึกถึงแล้วหงุดหงิด หงุดหงิด

#27 By Buffo on 2006-05-20 07:21

ตอนแรกมาฮาๆ

ไหงตอนลงท้าย เอาซะเครียดเลยละครับ พี่บูน
ยังบ่ได้ดูจั๊กเรื่อง
เรื่องศาสนานี่ ผมหลีกเลี่ยงที่จะเถียง และอธิบายและพูดคุยนะครับ ยกเว้นคนที่คุยด้วยนั้นเป็นคนที่เปิดกว้าง และรู้จักนิสัยใจคอกันพอควรอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวจะกลายเป็นบ่อนทำลายสัมพันธภาพกันไปเปล่า ๆ

เรื่อง Davice Code ผมว่า ทั้งสองฝ่ายก็พูดถึงในสิ่งที่ตนเชื่อ โดยปิดบังความจริงที่ฝ่ายตนเสียประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย หรือถ้าพูดก็พูดแต่น้อย และบิดเบือนบ้าง

แต่ประวัติศาสตร์ในโลกนี้ เชื่อถือเต็มที่ไม่ได้ เพราะว่า ผู้ชนะคือผู้กำหนดประวัติศาสตร์ สิ่งที่เรียนมามันจริงเท็จแค่ไหน ไม่มีใครพิสูจน์ได้ ถ้ามีคนสร้างไทม์แมชชีน แล้วพาผมย้อนเวลาไปสิ ผมถึงจะเชื่อ

อย่าง พระประวัติของ สมเด็จพระเจ้าตากสิน ความจริงเป็นอย่างไร ยังไม่แน่ใจเลย , สงครามระหว่างไทย-พม่า สองประเทศยังไม่ตรงกันเลย , ประวัติศาสตร์ที่นานกิง ความจริงเป็นอย่างไร เพิ่งจะมีคนมาพูดถึง ซึ่งก็น่าจะจริง แต่ก่อนหน้านี้ล่ะ ไม่เห็นมีใครพูดถึง

ประวัติศาสตร์มันบิดเบือนกันได้จริง ๆ ขึ้นอยู่กับผู้บันทึก เค้าอยู่ข้างไหน ฝ่ายไหน เขาเที่ยงธรรมหรือเปล่า เขาถูกบังคับหรือเปล่า เขาได้ข้อมูลมาถูกหรือเปล่า และหลักฐานต่าง ๆ มีผู้ไม่หวังดีมาทำลายหรือเปล่า

ก็คอมเม็นต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเท่านี้ดีกว่า พอหอมปากหอมคอ

#30 By เจ้าชายน้อย on 2006-05-20 17:32

ก็นโยบายเขามีอยู่ว่า

จะปราบปรามสื่อลามก(รวมถึงไม่เหมาะสม) อย่าง"จริงจัง"


ปราบปราบอย่างจริงจัง ไม่ใช่อย่างเหมาะสมนะ
อย่าเข้าใจเขาผิด

#31 By 609 on 2006-05-20 19:27

แหะๆ ไข่กวน
ผมชอบอ่านเปงที่สุด

#32 By Rybio_K on 2006-05-20 20:40

มาบริโภคไข่กวนจ้า ..

จริงๆวันนี้ตั้งใจจะไปดู ดาวินชี่ เมหือนกันค่ะ แต่คนเต็มเลยอดดู

ตะกี้เพื่อนในเอ็ม บอกว่าอย่าไปดูเลยเสียดายตังค์ให้อ่านในหนังสือดีกว่า เห็นเค้าบ่นๆว่า ไม่เหมือนในหนังสือ .. อืม แต่ก็ยังอยากดูนะคะ

#33 By .. Addicted to Moonlight .. on 2006-05-20 23:06

พูดเรื่องแบบนี้ก็เหนื่อยใจนะคะ
บางเรื่องมันบอบบาง พูดนิดเดียวกลายเป็นใหญ่โตไปเลย เค้าถึงบอกว่าอย่าพูดกันเรื่องศาสนานิ...

#34 By sorbet* (124.121.20.156) on 2006-05-21 00:28

สรุป ไม่เซ็นเซอร์ชิมิคับ จะได้ไปดู อิอิอิ

...เรื่องกระทรวงกลวงเกรียนเลี่ยนโล่งนี้ หมาด่ามาตั้งแต่สมัยยังไม่ย้ายบ้านมาเอกซ์ทีนแน่ะคับ หงุดหงิดกะมันมาก เพราะแต่ละนโยบายที่ออกมาแสดงความ "ตีบ" และ "ตัน" ของสมอง+วิสัยทัศน์ของเจ้ากระทรวงอย่างรุนแรง (พอแค่นี้แห็นจะดี เด๋วพี่บิ๊คจะซวยไปด้วย)

สรุป รัฐบาลหน้าฟ้าใหม่ ยุบมันทิ้งไปเถอะคับ เปลืองงบ

#35 By cosmoguy on 2006-05-21 12:47

สงสัยต้องไปดูซะหน่อยแล้วแฮะ ดา วินชี่ โคด เนี่ย แล้วค่อยมาอ่านหนังสือตามหลัง (ทำสลับกับแฮร์รี่ ที่อ่านหนังสือก่อนแล้วค่อยดูหนัง) ไหนๆกระทรวงก็ไม่เซนเซอร์แล้ว

#36 By ๐๐Latte`๐๐ on 2006-05-22 14:27

ไม่ได้ดูเลยครับ Poseidon ไม่รู้สึกอยากดู มาอ่านนี่ก็เหมือนสนับสนุนว่า ดีแล้วที่ไม่เลือกไปดู

ส่วน DVC ผมรู้สึกว่า หนังดีนะครับ เพียงแต่ความเนือยของหนัง บวกกับผมอ่านหนังสือมาแล้ว ทำให้ลดทอนความสนุกลงไปเยอะ ถ้าหนังมีเนื้อที่เข้าใจง่ายกว่านี้สักนิด (ไม่ใช่เรื่องประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์อย่างนี้) คงทำให้เราสนุกได้อีกเยอะครับ

ส่วนเรื่องการต่อต้าน คงไม่พูดแล้ว พูดลงบล็อกไปเยอะแล้วละครับ

ยอมรับเขียนได้ดีครับ

#37 By patsonic (61.47.112.197) on 2006-05-24 15:03

อยากดูจัง DVC น่ะ

ที่บอกว่าทำไมเปิดเปิดใจฟังกันมั่งหรอ อันนั้นต้องเข้าใจนะว่าศาสนาคริสเค้ามีความเชื่อตามหลักเดิมมาก ผิดนิดเดียวถือว่าไปไกลใหย่เลย แล้วอีกอย่างใน DVC น่ะ มันเป็นเรื่องที่ผิดร้ายแรงมากๆ ในเรื่องนี้อย่างเข้าใจว่าเป็นศาสนาคริสนะ มันคนละศาสนากันแล้ว...จิงๆ ความเชื่อต่างกันราวฟ้ากับแหวแหนะ

#38 By sky on 2006-05-31 18:16

มีความสุข

#39 By กาละแมร์ (58.8.21.170) on 2006-08-09 17:50